counter 216,288

Profile

about
: ] dAÐewvinG - I really love you

Calendar

September 2005
S M T W T F S
« Sep   Nov »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

Recent Readers

You!
Join storythai!

miss P2
SÄ∟Äþ4Õ
itsumademo i wanna be wiz you
MoOTarN
雨亚
l3eachZee
ซ.ซิน
ღ♥ღNangRai♥ღ
ZERDOK
รี อู รี ดู รี อู เ รี้ ย หู้
Đои’т cαяε∂.
H HOMEEEEEE'      
PENNI
TANGM'o
:: i30w..* ::
ชิชิเบลล์
นายกร เว็บมาสเตอร์
BALL
❀l-вαявιιє•

more+

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม


IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง


นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปห้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน


ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว


ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้


ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ


ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว


บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น



เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลรไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว


ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง


เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน


เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์


ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...


ทีมข่าว IT Digest
itdigest@thairath.co.th


 


ที่มา: http://www.thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itdigest/sep/23/itdigest.php

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม


IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง


นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปห้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน


ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว


ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้


ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ


ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว


บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น



เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลรไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว


ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง


เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน


เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์


ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...


ทีมข่าว IT Digest
itdigest@thairath.co.th


 


ที่มา: http://www.thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itdigest/sep/23/itdigest.php

Pay#3. ธนาณัติ

เติมเงินผ่านธนาณัติ

เมื่อก่อนผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวิธีการส่งธนาณัติเป็นประจำ เวลาต้องการสมัครนิตยสารต่างๆ

แต่สมัยนี้แล้วการส่งธนาณัติ ดูจะเป็นอะไรที่ไม่สะดวกเท่าการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่จะไปเหมาะสมสำหรับน้องๆที่ยังไม่มี atm หรือบัญชีธนาคาร หรือบางทีก็ต้อง "หนีแม่มาเล่นได" (อันนี้ล้อเล่น) ก็ตามต่างจังหวัดก็ยังสะดวกครับ เพราะมีทุกอำเภออยู่แล้ว ส่วนค่าธรรมเนียมก็ไม่แพง เพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น (สำหรับการส่งแบบธรรมดา)


อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาณัติ (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



โดยกรอกรายละเอียดดังนี้

ชื่อผู้รับ: นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
ที่อยู่: สตอรี่ไทย
เลขที่ 194/2 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200


การแจ้งโอนเงิน

ให้เขียน ชื่อไดอารี่ อีเมลล์และเบอร์ติดต่อกลับ แนบมาด้วยภายในซองธนาณัติ ครับ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเซ็ตให้เมื่อได้รับจดหมาย

*** ยกเว้น ธนาณัติออนไลน์ ต้องแจ้งโอนเงินทางหน้าเว็บ หรือ Fax ใบส่งมาที่เบอร์ 02-2827028 ถ่ายรูปหรือสแกน พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ และเบอร์ติดต่อกลับ ให้ชัดเจน
แจ้งโอนเงินที่นี่ >>

ค่าธรรมเนียม



ธนาณัติธรรมดา
- ค่าธรรมเนียม 10 บาท (ไม่รวมซองกับแสตมป์)
จะถึงภายใน 1-7 วัน แล้วแต่ระยะทาง
ธนาณัติออนไลน์
- ค่าธรรมเนียม 40 บาท
ถึงภายใน 24 ชม.
ส่งแบบ EMS
- บวกเพิ่มอีก 37 บาท
ถึงวันรุ่งขึ้นของวันที่ส่ง (มีบอกด้วยว่าจะถึงตอนไหนที่ต้นทาง)
สำหรับส่งภายใน กทม. ไม่จำเป็นต้อง EMS ครับเพราะถึงเร็วอยู่แล้ว


พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028 หรือ สแกนหรือถ่ายรูป ส่งมาที่ support(at)storythai.com อีเมลล์


ตัวอย่างการเขียนใบธนาณัติ






เพิ่มเติม






3 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม


IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง


นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปห้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน


ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว


ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้


ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ


ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว


บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น



เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลรไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว


ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง


เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน


เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์


ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...


ทีมข่าว IT Digest
itdigest@thairath.co.th


 


ที่มา: http://www.thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itdigest/sep/23/itdigest.php

Pay#3. ธนาณัติ

เติมเงินผ่านธนาณัติ

เมื่อก่อนผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวิธีการส่งธนาณัติเป็นประจำ เวลาต้องการสมัครนิตยสารต่างๆ

แต่สมัยนี้แล้วการส่งธนาณัติ ดูจะเป็นอะไรที่ไม่สะดวกเท่าการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่จะไปเหมาะสมสำหรับน้องๆที่ยังไม่มี atm หรือบัญชีธนาคาร หรือบางทีก็ต้อง "หนีแม่มาเล่นได" (อันนี้ล้อเล่น) ก็ตามต่างจังหวัดก็ยังสะดวกครับ เพราะมีทุกอำเภออยู่แล้ว ส่วนค่าธรรมเนียมก็ไม่แพง เพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น (สำหรับการส่งแบบธรรมดา)


อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาณัติ (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



โดยกรอกรายละเอียดดังนี้

ชื่อผู้รับ: นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
ที่อยู่: สตอรี่ไทย
เลขที่ 194/2 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200


การแจ้งโอนเงิน

ให้เขียน ชื่อไดอารี่ อีเมลล์และเบอร์ติดต่อกลับ แนบมาด้วยภายในซองธนาณัติ ครับ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเซ็ตให้เมื่อได้รับจดหมาย

*** ยกเว้น ธนาณัติออนไลน์ ต้องแจ้งโอนเงินทางหน้าเว็บ หรือ Fax ใบส่งมาที่เบอร์ 02-2827028 ถ่ายรูปหรือสแกน พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ และเบอร์ติดต่อกลับ ให้ชัดเจน
แจ้งโอนเงินที่นี่ >>

ค่าธรรมเนียม



ธนาณัติธรรมดา
- ค่าธรรมเนียม 10 บาท (ไม่รวมซองกับแสตมป์)
จะถึงภายใน 1-7 วัน แล้วแต่ระยะทาง
ธนาณัติออนไลน์
- ค่าธรรมเนียม 40 บาท
ถึงภายใน 24 ชม.
ส่งแบบ EMS
- บวกเพิ่มอีก 37 บาท
ถึงวันรุ่งขึ้นของวันที่ส่ง (มีบอกด้วยว่าจะถึงตอนไหนที่ต้นทาง)
สำหรับส่งภายใน กทม. ไม่จำเป็นต้อง EMS ครับเพราะถึงเร็วอยู่แล้ว


พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028 หรือ สแกนหรือถ่ายรูป ส่งมาที่ support(at)storythai.com อีเมลล์


ตัวอย่างการเขียนใบธนาณัติ






เพิ่มเติม






3 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

Pay#2. E-pay

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม


IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง


นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปห้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน


ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว


ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้


ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ


ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว


บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น



เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลรไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว


ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง


เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน


เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์


ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...


ทีมข่าว IT Digest
itdigest@thairath.co.th


 


ที่มา: http://www.thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itdigest/sep/23/itdigest.php

Pay#3. ธนาณัติ

เติมเงินผ่านธนาณัติ

เมื่อก่อนผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวิธีการส่งธนาณัติเป็นประจำ เวลาต้องการสมัครนิตยสารต่างๆ

แต่สมัยนี้แล้วการส่งธนาณัติ ดูจะเป็นอะไรที่ไม่สะดวกเท่าการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่จะไปเหมาะสมสำหรับน้องๆที่ยังไม่มี atm หรือบัญชีธนาคาร หรือบางทีก็ต้อง "หนีแม่มาเล่นได" (อันนี้ล้อเล่น) ก็ตามต่างจังหวัดก็ยังสะดวกครับ เพราะมีทุกอำเภออยู่แล้ว ส่วนค่าธรรมเนียมก็ไม่แพง เพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น (สำหรับการส่งแบบธรรมดา)


อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาณัติ (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



โดยกรอกรายละเอียดดังนี้

ชื่อผู้รับ: นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
ที่อยู่: สตอรี่ไทย
เลขที่ 194/2 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200


การแจ้งโอนเงิน

ให้เขียน ชื่อไดอารี่ อีเมลล์และเบอร์ติดต่อกลับ แนบมาด้วยภายในซองธนาณัติ ครับ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเซ็ตให้เมื่อได้รับจดหมาย

*** ยกเว้น ธนาณัติออนไลน์ ต้องแจ้งโอนเงินทางหน้าเว็บ หรือ Fax ใบส่งมาที่เบอร์ 02-2827028 ถ่ายรูปหรือสแกน พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ และเบอร์ติดต่อกลับ ให้ชัดเจน
แจ้งโอนเงินที่นี่ >>

ค่าธรรมเนียม



ธนาณัติธรรมดา
- ค่าธรรมเนียม 10 บาท (ไม่รวมซองกับแสตมป์)
จะถึงภายใน 1-7 วัน แล้วแต่ระยะทาง
ธนาณัติออนไลน์
- ค่าธรรมเนียม 40 บาท
ถึงภายใน 24 ชม.
ส่งแบบ EMS
- บวกเพิ่มอีก 37 บาท
ถึงวันรุ่งขึ้นของวันที่ส่ง (มีบอกด้วยว่าจะถึงตอนไหนที่ต้นทาง)
สำหรับส่งภายใน กทม. ไม่จำเป็นต้อง EMS ครับเพราะถึงเร็วอยู่แล้ว


พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028 หรือ สแกนหรือถ่ายรูป ส่งมาที่ support(at)storythai.com อีเมลล์


ตัวอย่างการเขียนใบธนาณัติ






เพิ่มเติม






3 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

Pay#2. E-pay

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Pay#1. โอนผ่านธนาคาร (แนะนำ)


เติมเงินผ่านธนาคาร

วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีแรกที่สุดที่เป็นช่องทางในการเติมเงิน และมีมาตั้งแต่แรกคือ การโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการโอนผ่านเครื่อง ATM หรือผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ หรือ โดยการฝากเข้าที่สาขาของธนาคาร


สาขาของธนาคารกสิกร ที่เปิดตามห้างตอนนี้มีเยอะแล้วนะคับ เปิดถึงทุ่มครึ่งทุกวัน ส่วนใหญ่จะอยู่เซ็นทรัลน่ะคับ สะดวกมากๆอันนี้แนะนำคับ
อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาคาร (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



ท่านสามารถเลือกบัญชีธนาคารที่ท่านสะดวกโอนเงินได้ดังนี้

  • ธนาคารกสิกรไทย (เฉพาะที่โอนจากกสิกรเข้ากสิกร ไม่ต้อง fax slip)


  • บัญชีออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 730-2200-755

    ในการแจ้งโอนเงินสิ่งที่แจ้งคือ ชื่อไดอารี่ ชื่อเจ้าของได วันที่ เวลา จำนวนเงิน และสาขาที่โอน กรณีโอนผ่าน ATM สาขาที่โอน = Location ที่ปรากฎบน slip โอนเงิน หากไม่แน่ใจให้ใส่ชื่อสถานที่บริเวณที่ตั้ง atm นั้นมาด้วย เช่น BigC หาดใหญ่ เป็นต้น
    ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเช็คกับธนาคารผ่าน InternetBanking
    โปรดทราบว่าหลังจากโอนเงินแล้ว 1 วันยอดเงินและรายละเอียดจึงจะปรากฎ เพราะฉะนั้นโปรดรอนะครับ

    ยกเว้นยอดที่โอนวัน เสาร์-อาทิตย์ ต้องรอถึงวันอังคารถัดไป **
    หากไม่ต้องการรอ ให้ Fax Slip โอนเงิน พร้อม ชื่อไดอารี่และเบอร์ติดต่อกลับ มาที่ Fax: 02-2827028 จะจัดการให้ภายในวันที่ได้รับ fax (ถ้ามีคนอยู่ office)
    แจ้งโอนเงินที่นี่ >>



  • ธนาคารกรุงเทพ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • สะสมทรัพย์ สาขาเสนานิคม
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 223-0296-374


  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • ออมทรัพย์ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 043-2541-656

    ให้ท่าน fax ใบ slip โดยวงกลมที่ หมายเลขบัญชีที่โอน กับยอดเงิน
    พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ให้ชัดเจน พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ แล้วส่งมาที่ fax: 02-2827028 หรือ scan หรือ ถ่ายรูป +รายละเอียด ส่งมาที่ account(at)storythai.com

ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน





โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารเดียวกัน
- กรุงเทพฯ (เขตเดียวกัน)
- ต่างจังหวัด (ข้ามเขต)


- ฟรี!
- ค่าธรรมเนียม 20 บาท


- โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารอื่น
- ค่าธรรมเนียม 35 บาทอ้างอิงค์จาก Kasikornbank.com

** ในการโอนผ่าน atm นั้นจะโอนจาก Bank ไหนก็ต้องใช้ atm ของ Bank นั้นเท่านั้น เช่น มี atm ของกสิกร ก็ต้องโอนจากตู้ของกสิกรเท่านั้น จะโอนจากตู้ SCB ไม่ได้ เป็นต้น

พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028หรือ อีเมลล์


ตัวอย่าง Slip ATM






2 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม


IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง


นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปห้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน


ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว


ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้


ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ


ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว


บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น



เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลรไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว


ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง


เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน


เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์


ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...


ทีมข่าว IT Digest
itdigest@thairath.co.th


 


ที่มา: http://www.thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itdigest/sep/23/itdigest.php

Pay#3. ธนาณัติ

เติมเงินผ่านธนาณัติ

เมื่อก่อนผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวิธีการส่งธนาณัติเป็นประจำ เวลาต้องการสมัครนิตยสารต่างๆ

แต่สมัยนี้แล้วการส่งธนาณัติ ดูจะเป็นอะไรที่ไม่สะดวกเท่าการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่จะไปเหมาะสมสำหรับน้องๆที่ยังไม่มี atm หรือบัญชีธนาคาร หรือบางทีก็ต้อง "หนีแม่มาเล่นได" (อันนี้ล้อเล่น) ก็ตามต่างจังหวัดก็ยังสะดวกครับ เพราะมีทุกอำเภออยู่แล้ว ส่วนค่าธรรมเนียมก็ไม่แพง เพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น (สำหรับการส่งแบบธรรมดา)


อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาณัติ (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



โดยกรอกรายละเอียดดังนี้

ชื่อผู้รับ: นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
ที่อยู่: สตอรี่ไทย
เลขที่ 194/2 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200


การแจ้งโอนเงิน

ให้เขียน ชื่อไดอารี่ อีเมลล์และเบอร์ติดต่อกลับ แนบมาด้วยภายในซองธนาณัติ ครับ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเซ็ตให้เมื่อได้รับจดหมาย

*** ยกเว้น ธนาณัติออนไลน์ ต้องแจ้งโอนเงินทางหน้าเว็บ หรือ Fax ใบส่งมาที่เบอร์ 02-2827028 ถ่ายรูปหรือสแกน พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ และเบอร์ติดต่อกลับ ให้ชัดเจน
แจ้งโอนเงินที่นี่ >>

ค่าธรรมเนียม



ธนาณัติธรรมดา
- ค่าธรรมเนียม 10 บาท (ไม่รวมซองกับแสตมป์)
จะถึงภายใน 1-7 วัน แล้วแต่ระยะทาง
ธนาณัติออนไลน์
- ค่าธรรมเนียม 40 บาท
ถึงภายใน 24 ชม.
ส่งแบบ EMS
- บวกเพิ่มอีก 37 บาท
ถึงวันรุ่งขึ้นของวันที่ส่ง (มีบอกด้วยว่าจะถึงตอนไหนที่ต้นทาง)
สำหรับส่งภายใน กทม. ไม่จำเป็นต้อง EMS ครับเพราะถึงเร็วอยู่แล้ว


พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028 หรือ สแกนหรือถ่ายรูป ส่งมาที่ support(at)storythai.com อีเมลล์


ตัวอย่างการเขียนใบธนาณัติ






เพิ่มเติม






3 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

Pay#2. E-pay

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Pay#1. โอนผ่านธนาคาร (แนะนำ)


เติมเงินผ่านธนาคาร

วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีแรกที่สุดที่เป็นช่องทางในการเติมเงิน และมีมาตั้งแต่แรกคือ การโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการโอนผ่านเครื่อง ATM หรือผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ หรือ โดยการฝากเข้าที่สาขาของธนาคาร


สาขาของธนาคารกสิกร ที่เปิดตามห้างตอนนี้มีเยอะแล้วนะคับ เปิดถึงทุ่มครึ่งทุกวัน ส่วนใหญ่จะอยู่เซ็นทรัลน่ะคับ สะดวกมากๆอันนี้แนะนำคับ
อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาคาร (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



ท่านสามารถเลือกบัญชีธนาคารที่ท่านสะดวกโอนเงินได้ดังนี้

  • ธนาคารกสิกรไทย (เฉพาะที่โอนจากกสิกรเข้ากสิกร ไม่ต้อง fax slip)


  • บัญชีออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 730-2200-755

    ในการแจ้งโอนเงินสิ่งที่แจ้งคือ ชื่อไดอารี่ ชื่อเจ้าของได วันที่ เวลา จำนวนเงิน และสาขาที่โอน กรณีโอนผ่าน ATM สาขาที่โอน = Location ที่ปรากฎบน slip โอนเงิน หากไม่แน่ใจให้ใส่ชื่อสถานที่บริเวณที่ตั้ง atm นั้นมาด้วย เช่น BigC หาดใหญ่ เป็นต้น
    ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเช็คกับธนาคารผ่าน InternetBanking
    โปรดทราบว่าหลังจากโอนเงินแล้ว 1 วันยอดเงินและรายละเอียดจึงจะปรากฎ เพราะฉะนั้นโปรดรอนะครับ

    ยกเว้นยอดที่โอนวัน เสาร์-อาทิตย์ ต้องรอถึงวันอังคารถัดไป **
    หากไม่ต้องการรอ ให้ Fax Slip โอนเงิน พร้อม ชื่อไดอารี่และเบอร์ติดต่อกลับ มาที่ Fax: 02-2827028 จะจัดการให้ภายในวันที่ได้รับ fax (ถ้ามีคนอยู่ office)
    แจ้งโอนเงินที่นี่ >>



  • ธนาคารกรุงเทพ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • สะสมทรัพย์ สาขาเสนานิคม
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 223-0296-374


  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • ออมทรัพย์ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 043-2541-656

    ให้ท่าน fax ใบ slip โดยวงกลมที่ หมายเลขบัญชีที่โอน กับยอดเงิน
    พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ให้ชัดเจน พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ แล้วส่งมาที่ fax: 02-2827028 หรือ scan หรือ ถ่ายรูป +รายละเอียด ส่งมาที่ account(at)storythai.com

ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน





โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารเดียวกัน
- กรุงเทพฯ (เขตเดียวกัน)
- ต่างจังหวัด (ข้ามเขต)


- ฟรี!
- ค่าธรรมเนียม 20 บาท


- โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารอื่น
- ค่าธรรมเนียม 35 บาทอ้างอิงค์จาก Kasikornbank.com

** ในการโอนผ่าน atm นั้นจะโอนจาก Bank ไหนก็ต้องใช้ atm ของ Bank นั้นเท่านั้น เช่น มี atm ของกสิกร ก็ต้องโอนจากตู้ของกสิกรเท่านั้น จะโอนจากตู้ SCB ไม่ได้ เป็นต้น

พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028หรือ อีเมลล์


ตัวอย่าง Slip ATM






2 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

จุดเริ่มต้นของ สตอรี่ไทย

 


 




        สตอรี่ไทยถือกำเนิดขึ้นเมื่อ ตุลาคม 2543 (ค.ศ.2000) โดยเริ่มต้นจากความรู้สึกสนุก อยากทำเว็บของนิสิต วิศวะปี3 (รุ่นE54) ม.เกษตรศาสตร์คนนึง โดยในครั้งแรกนั้นตั้งใจจะทำเว็บที่รวบรวมเรื่องสั้นอ่านสนุกๆ ที่พอจะหาได้ทั่วไปจาก forword mail แล้วนำมารวบรวมเป็นหมวดหมู่ให้อ่านได้ง่ายขึ้น จึงเป็นที่มาของชื่อ STORYTHAI คำว่า STORY แปลว่า เรื่องราว,เรื่องแต่ง เมื่อรวมกับคำว่า THAI ซึ่งหมายถึง คนไทย รวมแล้วได้ความหมายว่า เป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องราวของคนไทย.. เมื่อตอนแรก STORYTHAI จึงเป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องสั้นต่างๆ

จุดเริ่มต้นของบริการไดอารี่

        หลังจากเปิดเว็บมาแล้วประมาณ 2-3 เดือน ผมก็ได้เริ่มต้นศึกษาแนวทางการเขียนโปรแกรมบนเว็บ และเปิดเว็บบอร์ดขึ้น พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆ ทั้งที่ภาคเดียวกันและเพื่อนที่คุยกันในโปรแกรม Pirch เข้ามาเล่นมาคุยกัน (ผมได้ทำห้อง chat อีกห้องนึงชื่อว่า #เกษตรน่ารัก ;server irc.webmaster.com) ในจำนวนนั้นมีพี่คนนึงที่ผมสนิทด้วยมากๆ เพราะทำห้อง Pirch มาด้วยกัน และไปเล่นเน็ตที่ร้านพี่เค้าประจำ จนไม่ต้องเสียค่า ชม. เน็ต แบบว่าใจดีมาก ชื่อพี่อ๊อฟ (ตอนนี้พี่อ๊ฟไปทำงานและเรียนต่อที่แคนาดาแล้ว)

ซึ่งพี่อ๊อฟนี่เองเป็นคนเริ่มต้นเข้ามาเขียนเล่าเรื่องราวและความคิด ในทุกๆวันลงในเว็บบอร์ด จนวันนึงผมก็เลยได้ความคิดว่า อยากจะทำเว็บโปรแกรมที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นพื้นที่สำหรับเขียนได้ง่ายๆและสวยงามกว่าเขียนในเว็บบอร์ด และไหนๆก็ทำแล้วก็ทำให้มันสามารถสมัครได้หลายๆคน เขียนได้หลายๆคนไปด้วย จะได้มีหลายๆคนเขียนและแลกกันอ่านได้ จากความคิดนี้ในช่วงวันหยุดปีใหม่ปี 2544 ผมจึงใช้เวลาทั้งหมดขลุกตัวอยู่ที่บ้านไม่ไปเที่ยวไหน จนวันที่ 9 มกราคม 2544 (ผมถือเอาวันนี้เป็นวันเกิดเว็บด้วย) โปรแกรมที่เขียนและเรียกเอาเองว่า "ไดอารี่ออนไลน์" จึงสำเร็จและเริ่มเปิดใช้งานนับจากวันนั้น... จนถึงปัจจุบัน (ระหว่างนั้นก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขอะไรมากมายหลายเวอร์ชั่นมาก )

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม


IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง


นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปห้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน


ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว


ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้


ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ


ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว


บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น



เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลรไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว


ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง


เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน


เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์


ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...


ทีมข่าว IT Digest
itdigest@thairath.co.th


 


ที่มา: http://www.thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itdigest/sep/23/itdigest.php

Pay#3. ธนาณัติ

เติมเงินผ่านธนาณัติ

เมื่อก่อนผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวิธีการส่งธนาณัติเป็นประจำ เวลาต้องการสมัครนิตยสารต่างๆ

แต่สมัยนี้แล้วการส่งธนาณัติ ดูจะเป็นอะไรที่ไม่สะดวกเท่าการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่จะไปเหมาะสมสำหรับน้องๆที่ยังไม่มี atm หรือบัญชีธนาคาร หรือบางทีก็ต้อง "หนีแม่มาเล่นได" (อันนี้ล้อเล่น) ก็ตามต่างจังหวัดก็ยังสะดวกครับ เพราะมีทุกอำเภออยู่แล้ว ส่วนค่าธรรมเนียมก็ไม่แพง เพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น (สำหรับการส่งแบบธรรมดา)


อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาณัติ (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



โดยกรอกรายละเอียดดังนี้

ชื่อผู้รับ: นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
ที่อยู่: สตอรี่ไทย
เลขที่ 194/2 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200


การแจ้งโอนเงิน

ให้เขียน ชื่อไดอารี่ อีเมลล์และเบอร์ติดต่อกลับ แนบมาด้วยภายในซองธนาณัติ ครับ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเซ็ตให้เมื่อได้รับจดหมาย

*** ยกเว้น ธนาณัติออนไลน์ ต้องแจ้งโอนเงินทางหน้าเว็บ หรือ Fax ใบส่งมาที่เบอร์ 02-2827028 ถ่ายรูปหรือสแกน พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ และเบอร์ติดต่อกลับ ให้ชัดเจน
แจ้งโอนเงินที่นี่ >>

ค่าธรรมเนียม



ธนาณัติธรรมดา
- ค่าธรรมเนียม 10 บาท (ไม่รวมซองกับแสตมป์)
จะถึงภายใน 1-7 วัน แล้วแต่ระยะทาง
ธนาณัติออนไลน์
- ค่าธรรมเนียม 40 บาท
ถึงภายใน 24 ชม.
ส่งแบบ EMS
- บวกเพิ่มอีก 37 บาท
ถึงวันรุ่งขึ้นของวันที่ส่ง (มีบอกด้วยว่าจะถึงตอนไหนที่ต้นทาง)
สำหรับส่งภายใน กทม. ไม่จำเป็นต้อง EMS ครับเพราะถึงเร็วอยู่แล้ว


พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028 หรือ สแกนหรือถ่ายรูป ส่งมาที่ support(at)storythai.com อีเมลล์


ตัวอย่างการเขียนใบธนาณัติ






เพิ่มเติม






3 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

Pay#2. E-pay

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Pay#1. โอนผ่านธนาคาร (แนะนำ)


เติมเงินผ่านธนาคาร

วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีแรกที่สุดที่เป็นช่องทางในการเติมเงิน และมีมาตั้งแต่แรกคือ การโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการโอนผ่านเครื่อง ATM หรือผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ หรือ โดยการฝากเข้าที่สาขาของธนาคาร


สาขาของธนาคารกสิกร ที่เปิดตามห้างตอนนี้มีเยอะแล้วนะคับ เปิดถึงทุ่มครึ่งทุกวัน ส่วนใหญ่จะอยู่เซ็นทรัลน่ะคับ สะดวกมากๆอันนี้แนะนำคับ
อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาคาร (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



ท่านสามารถเลือกบัญชีธนาคารที่ท่านสะดวกโอนเงินได้ดังนี้

  • ธนาคารกสิกรไทย (เฉพาะที่โอนจากกสิกรเข้ากสิกร ไม่ต้อง fax slip)


  • บัญชีออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 730-2200-755

    ในการแจ้งโอนเงินสิ่งที่แจ้งคือ ชื่อไดอารี่ ชื่อเจ้าของได วันที่ เวลา จำนวนเงิน และสาขาที่โอน กรณีโอนผ่าน ATM สาขาที่โอน = Location ที่ปรากฎบน slip โอนเงิน หากไม่แน่ใจให้ใส่ชื่อสถานที่บริเวณที่ตั้ง atm นั้นมาด้วย เช่น BigC หาดใหญ่ เป็นต้น
    ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเช็คกับธนาคารผ่าน InternetBanking
    โปรดทราบว่าหลังจากโอนเงินแล้ว 1 วันยอดเงินและรายละเอียดจึงจะปรากฎ เพราะฉะนั้นโปรดรอนะครับ

    ยกเว้นยอดที่โอนวัน เสาร์-อาทิตย์ ต้องรอถึงวันอังคารถัดไป **
    หากไม่ต้องการรอ ให้ Fax Slip โอนเงิน พร้อม ชื่อไดอารี่และเบอร์ติดต่อกลับ มาที่ Fax: 02-2827028 จะจัดการให้ภายในวันที่ได้รับ fax (ถ้ามีคนอยู่ office)
    แจ้งโอนเงินที่นี่ >>



  • ธนาคารกรุงเทพ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • สะสมทรัพย์ สาขาเสนานิคม
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 223-0296-374


  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • ออมทรัพย์ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 043-2541-656

    ให้ท่าน fax ใบ slip โดยวงกลมที่ หมายเลขบัญชีที่โอน กับยอดเงิน
    พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ให้ชัดเจน พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ แล้วส่งมาที่ fax: 02-2827028 หรือ scan หรือ ถ่ายรูป +รายละเอียด ส่งมาที่ account(at)storythai.com

ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน





โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารเดียวกัน
- กรุงเทพฯ (เขตเดียวกัน)
- ต่างจังหวัด (ข้ามเขต)


- ฟรี!
- ค่าธรรมเนียม 20 บาท


- โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารอื่น
- ค่าธรรมเนียม 35 บาทอ้างอิงค์จาก Kasikornbank.com

** ในการโอนผ่าน atm นั้นจะโอนจาก Bank ไหนก็ต้องใช้ atm ของ Bank นั้นเท่านั้น เช่น มี atm ของกสิกร ก็ต้องโอนจากตู้ของกสิกรเท่านั้น จะโอนจากตู้ SCB ไม่ได้ เป็นต้น

พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028หรือ อีเมลล์


ตัวอย่าง Slip ATM






2 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

จุดเริ่มต้นของ สตอรี่ไทย

 


 




        สตอรี่ไทยถือกำเนิดขึ้นเมื่อ ตุลาคม 2543 (ค.ศ.2000) โดยเริ่มต้นจากความรู้สึกสนุก อยากทำเว็บของนิสิต วิศวะปี3 (รุ่นE54) ม.เกษตรศาสตร์คนนึง โดยในครั้งแรกนั้นตั้งใจจะทำเว็บที่รวบรวมเรื่องสั้นอ่านสนุกๆ ที่พอจะหาได้ทั่วไปจาก forword mail แล้วนำมารวบรวมเป็นหมวดหมู่ให้อ่านได้ง่ายขึ้น จึงเป็นที่มาของชื่อ STORYTHAI คำว่า STORY แปลว่า เรื่องราว,เรื่องแต่ง เมื่อรวมกับคำว่า THAI ซึ่งหมายถึง คนไทย รวมแล้วได้ความหมายว่า เป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องราวของคนไทย.. เมื่อตอนแรก STORYTHAI จึงเป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องสั้นต่างๆ

จุดเริ่มต้นของบริการไดอารี่

        หลังจากเปิดเว็บมาแล้วประมาณ 2-3 เดือน ผมก็ได้เริ่มต้นศึกษาแนวทางการเขียนโปรแกรมบนเว็บ และเปิดเว็บบอร์ดขึ้น พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆ ทั้งที่ภาคเดียวกันและเพื่อนที่คุยกันในโปรแกรม Pirch เข้ามาเล่นมาคุยกัน (ผมได้ทำห้อง chat อีกห้องนึงชื่อว่า #เกษตรน่ารัก ;server irc.webmaster.com) ในจำนวนนั้นมีพี่คนนึงที่ผมสนิทด้วยมากๆ เพราะทำห้อง Pirch มาด้วยกัน และไปเล่นเน็ตที่ร้านพี่เค้าประจำ จนไม่ต้องเสียค่า ชม. เน็ต แบบว่าใจดีมาก ชื่อพี่อ๊อฟ (ตอนนี้พี่อ๊ฟไปทำงานและเรียนต่อที่แคนาดาแล้ว)

ซึ่งพี่อ๊อฟนี่เองเป็นคนเริ่มต้นเข้ามาเขียนเล่าเรื่องราวและความคิด ในทุกๆวันลงในเว็บบอร์ด จนวันนึงผมก็เลยได้ความคิดว่า อยากจะทำเว็บโปรแกรมที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นพื้นที่สำหรับเขียนได้ง่ายๆและสวยงามกว่าเขียนในเว็บบอร์ด และไหนๆก็ทำแล้วก็ทำให้มันสามารถสมัครได้หลายๆคน เขียนได้หลายๆคนไปด้วย จะได้มีหลายๆคนเขียนและแลกกันอ่านได้ จากความคิดนี้ในช่วงวันหยุดปีใหม่ปี 2544 ผมจึงใช้เวลาทั้งหมดขลุกตัวอยู่ที่บ้านไม่ไปเที่ยวไหน จนวันที่ 9 มกราคม 2544 (ผมถือเอาวันนี้เป็นวันเกิดเว็บด้วย) โปรแกรมที่เขียนและเรียกเอาเองว่า "ไดอารี่ออนไลน์" จึงสำเร็จและเริ่มเปิดใช้งานนับจากวันนั้น... จนถึงปัจจุบัน (ระหว่างนั้นก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขอะไรมากมายหลายเวอร์ชั่นมาก )

นักเขียนไดอารี่ออนไลน์ป่วน หลังเว็บคนทำเว็บ "diaryhub" แตกคอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2548 ที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม (diaryhub.com) ชุมชนนักเขียนไดอารีออนไลน์ระดับแนวหน้า ประกาศปิดเว็บไซต์ชั่วคราว เนื่องจากที่เกิดความขัดแย้งระหว่าง นายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม กับ นายศิระ สัจจินานนท์ ผู้พัฒนาโปรแกรมของเว็บ เป็นเหตุให้สมาชิก ผู้ใช้งานหลายหมื่นคน ไม่สามารถเข้าใช้งาน และเขียนไดอะรีออนไลน์ได้ อีกทั้งความ ขัดแย้งดังกล่าวยังลุกลามกลายเป็นปัญหาบานปลาย มีการออกแถลงการณ์ตอบโต้กันเป็นระยะๆ นั้น


นายศิระ สัจจินานนท์ หรือ Hunt ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอารี่อีสดอทคอม (diaryis.com) อดีตผู้พัฒนาโปรแกรมของ ไดอะรีฮับ กล่าวว่า การที่ไดอะรีฮับดั้งเดิมหยุดการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการไดอารี่ออนไลน์ ไม่มีที่จะเขียนไดอารีของตัวเอง บางรายเขียนกัน เป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อไม่มีเว็บดังกล่าวก็รู้สึกว่า ชีวิตขาดหายอะไรไปบางอย่าง บางส่วนก็กระจัดกระจายไปอยู่ตามเว็บไซต์อื่นๆ เช่น สตอรีไทย (storythai.com) หรือ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม (exteen.com) ทั้งนี้ ก็มีกระแสเรียกร้องจากเพื่อนๆ สมาชิกเดิมให้มาทำเว็บอีกครั้ง จึงทำไดอารี่อีสขึ้นมาร่วมกับ สยามทูยูดอทคอม โดยมีสมาชิกไดอะรีฮับเดิมตามเข้ามาเป็นสมาชิกพอสมควร


ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอารี่อีสดอทคอม กล่าวต่อว่า บางเว็บไซต์ที่สมาชิกเดิมของไดอะรีฮับ เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกก็เกิดปัญหากับผู้ใช้เดิมอยู่บ้าง อาทิ ทำให้เว็บช้าลง หรือ วัฒนธรรมการเขียนไดอารีของสมาชิกเดิม ขัดกับวัฒนธรรมของเว็บใหม่ที่เข้าไปอยู่ เช่น exteen.com ที่เน้นบล็อกที่มีประเด็นเป็นสาระสำคัญ ส่วนตัวก็รู้สึกเกรงใจ ผู้ดูแลเว็บไซต์หลายแห่ง เพราะสมาชิกไดอะรีฮับเดิมเข้าไปอยู่ทำให้เว็บเหล่านั้น ต้องเสียทรัพยากรบนระบบมากขึ้น อีกทั้ง มีผู้ใช้บางรายมองว่าเว็บเหล่านี้เป็นเหมือนแค่บ้านเช่า จึงทำให้สมาชิกเดิมของเว็บไม่พอใจ จึงทำให้ต้องทำเว็บไซต์ไดอารี่อีสขึ้นมารองรับ สมาชิกเดิมไว้เอง


ด้าน นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม (storythai.com) เว็บไซต์ให้บริการไดอารีออนไลน์ กล่าวว่า หลังจากที่เว็บไซต์ไดอะรีฮับเกิดปัญา ทางสตอรีไทยก็ได้รับสมาชิกมาบ้าง เนื่องจากสมาชิกที่มาจากไดอะรีฮับ บางคนก็เคยเป็น สมาชิกที่นี่มาก่อน และทางเว็บก็ไม่ได้ลบข้อมูลเก่าก็เลยมาเขียนต่อที่นี่ ส่วนสมาชิกใหม่ในชุมชนออนไลน์ ก็ไม่ได้มีการแบ่งแยก หรือ การต่อต้านจากสมาชิกเดิม โดยสตอรีไทยได้ถือโอกาสนี้ ปรับปรุงระบบให้ใช้งานง่ายขึ้นเพื่อรับช่วงปิดเทอม


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม กล่าวอีกว่า วัฒนธรรมของสตอรีไทยอาจแตกต่างจาก ไดอะรีฮับบ้าง แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และให้อิสระในการเขียนเท่าที่ไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของ ผู้อื่น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตัวผู้ใช้เองก็มีทางเลือกที่จะเขียนไดอารีไว้หลายๆ ที่อยู่แล้ว โดยส่วนตัวก็รู้จักทั้งผู้ดูแลเว็บไดอะรีฮับ และตัวโปรแกรมเมอร์ ตั้งแต่เริ่มทำเว็บไซต์ใหม่ๆ


ส่วน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย กล่าวว่า ทางเว็บไซต์เอ็กซ์ทีนรับสมาชิก ไดอะรีฮับเดิมมาประมาณ 1-2 ร้อยคน อย่างไรก็ตาม ก็มีสมาชิกบางส่วนย้ายไปที่เว็บ diaryis.com โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมีเพียงแค่วัฒนธรรม การเขียนไดอารีกับบล็อกที่แตกต่างกัน เนื่องจากของไดอะรีฮับจะเป็นกลุ่มสังคม ส่วนเอ็กซ์ทีนจะเน้นที่การแสดงความคิดเห็น อย่างไรก็ตาม สมาชิกของที่นี่ก็ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ และยังแนะนำการใช้งานโปรแกรมในเว็บอีกด้วย


ด้าน นายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และระบุเพียงว่า ตนยังรับผิดชอบข้อมูลของผู้ใช้ทุกคน ส่วนเรื่องอื่นๆ ให้รอหลังจากที่เว็บไซต์ ไดอะรีฮับใหม่พัฒนาเสร็จสิ้นก่อน จึงจะให้รายละเอียดได้ โดยคาดว่าเว็บไดอะรีฮับ จะปรับปรุงเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2548 สำหรับข้อมูลเก่าของสมาชิกทุกคนยังอยู่ครบ และจะมีการชดเชยให้กับสมาชิกที่ชำระเงินแล้วแน่นอน


แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ระบุว่า กรณีความขัดแย้งดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างนัดหมาย ให้ทั้งนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม และนายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เข้ามาเจรจากัน โดยมีผู้ใหญ่ในสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เป็นผู้ช่วยไกล่เกลี่ย ที่ผ่านมามีการนัดวันเจรจาไปครั้งหนึ่ง แต่มีการขอเลื่อนนัดไป ดังนั้น จะมีการนัดเจรจาอีกครั้งแต่ไม่ใช่ในนามของสมาคมฯ เนื่องจากยังถือว่ากรณีนี้เป็นเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม อยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่ให้ความรู้กับผู้ที่จะคิดทำเว็บไซต์เชิงพาณิชย์ด้วย

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ 
http://thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itupdate/sep/22/update1.php 

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม


IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง


นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปห้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน


ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว


ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้


ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ


ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว


บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น



เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลรไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว


ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง


เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน


เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์


ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...


ทีมข่าว IT Digest
itdigest@thairath.co.th


 


ที่มา: http://www.thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itdigest/sep/23/itdigest.php

Pay#3. ธนาณัติ

เติมเงินผ่านธนาณัติ

เมื่อก่อนผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวิธีการส่งธนาณัติเป็นประจำ เวลาต้องการสมัครนิตยสารต่างๆ

แต่สมัยนี้แล้วการส่งธนาณัติ ดูจะเป็นอะไรที่ไม่สะดวกเท่าการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่จะไปเหมาะสมสำหรับน้องๆที่ยังไม่มี atm หรือบัญชีธนาคาร หรือบางทีก็ต้อง "หนีแม่มาเล่นได" (อันนี้ล้อเล่น) ก็ตามต่างจังหวัดก็ยังสะดวกครับ เพราะมีทุกอำเภออยู่แล้ว ส่วนค่าธรรมเนียมก็ไม่แพง เพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น (สำหรับการส่งแบบธรรมดา)


อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาณัติ (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



โดยกรอกรายละเอียดดังนี้

ชื่อผู้รับ: นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
ที่อยู่: สตอรี่ไทย
เลขที่ 194/2 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200


การแจ้งโอนเงิน

ให้เขียน ชื่อไดอารี่ อีเมลล์และเบอร์ติดต่อกลับ แนบมาด้วยภายในซองธนาณัติ ครับ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเซ็ตให้เมื่อได้รับจดหมาย

*** ยกเว้น ธนาณัติออนไลน์ ต้องแจ้งโอนเงินทางหน้าเว็บ หรือ Fax ใบส่งมาที่เบอร์ 02-2827028 ถ่ายรูปหรือสแกน พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ และเบอร์ติดต่อกลับ ให้ชัดเจน
แจ้งโอนเงินที่นี่ >>

ค่าธรรมเนียม



ธนาณัติธรรมดา
- ค่าธรรมเนียม 10 บาท (ไม่รวมซองกับแสตมป์)
จะถึงภายใน 1-7 วัน แล้วแต่ระยะทาง
ธนาณัติออนไลน์
- ค่าธรรมเนียม 40 บาท
ถึงภายใน 24 ชม.
ส่งแบบ EMS
- บวกเพิ่มอีก 37 บาท
ถึงวันรุ่งขึ้นของวันที่ส่ง (มีบอกด้วยว่าจะถึงตอนไหนที่ต้นทาง)
สำหรับส่งภายใน กทม. ไม่จำเป็นต้อง EMS ครับเพราะถึงเร็วอยู่แล้ว


พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028 หรือ สแกนหรือถ่ายรูป ส่งมาที่ support(at)storythai.com อีเมลล์


ตัวอย่างการเขียนใบธนาณัติ






เพิ่มเติม






3 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

Pay#2. E-pay

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Pay#1. โอนผ่านธนาคาร (แนะนำ)


เติมเงินผ่านธนาคาร

วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีแรกที่สุดที่เป็นช่องทางในการเติมเงิน และมีมาตั้งแต่แรกคือ การโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการโอนผ่านเครื่อง ATM หรือผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ หรือ โดยการฝากเข้าที่สาขาของธนาคาร


สาขาของธนาคารกสิกร ที่เปิดตามห้างตอนนี้มีเยอะแล้วนะคับ เปิดถึงทุ่มครึ่งทุกวัน ส่วนใหญ่จะอยู่เซ็นทรัลน่ะคับ สะดวกมากๆอันนี้แนะนำคับ
อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาคาร (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



ท่านสามารถเลือกบัญชีธนาคารที่ท่านสะดวกโอนเงินได้ดังนี้

  • ธนาคารกสิกรไทย (เฉพาะที่โอนจากกสิกรเข้ากสิกร ไม่ต้อง fax slip)


  • บัญชีออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 730-2200-755

    ในการแจ้งโอนเงินสิ่งที่แจ้งคือ ชื่อไดอารี่ ชื่อเจ้าของได วันที่ เวลา จำนวนเงิน และสาขาที่โอน กรณีโอนผ่าน ATM สาขาที่โอน = Location ที่ปรากฎบน slip โอนเงิน หากไม่แน่ใจให้ใส่ชื่อสถานที่บริเวณที่ตั้ง atm นั้นมาด้วย เช่น BigC หาดใหญ่ เป็นต้น
    ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเช็คกับธนาคารผ่าน InternetBanking
    โปรดทราบว่าหลังจากโอนเงินแล้ว 1 วันยอดเงินและรายละเอียดจึงจะปรากฎ เพราะฉะนั้นโปรดรอนะครับ

    ยกเว้นยอดที่โอนวัน เสาร์-อาทิตย์ ต้องรอถึงวันอังคารถัดไป **
    หากไม่ต้องการรอ ให้ Fax Slip โอนเงิน พร้อม ชื่อไดอารี่และเบอร์ติดต่อกลับ มาที่ Fax: 02-2827028 จะจัดการให้ภายในวันที่ได้รับ fax (ถ้ามีคนอยู่ office)
    แจ้งโอนเงินที่นี่ >>



  • ธนาคารกรุงเทพ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • สะสมทรัพย์ สาขาเสนานิคม
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 223-0296-374


  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • ออมทรัพย์ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 043-2541-656

    ให้ท่าน fax ใบ slip โดยวงกลมที่ หมายเลขบัญชีที่โอน กับยอดเงิน
    พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ให้ชัดเจน พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ แล้วส่งมาที่ fax: 02-2827028 หรือ scan หรือ ถ่ายรูป +รายละเอียด ส่งมาที่ account(at)storythai.com

ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน





โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารเดียวกัน
- กรุงเทพฯ (เขตเดียวกัน)
- ต่างจังหวัด (ข้ามเขต)


- ฟรี!
- ค่าธรรมเนียม 20 บาท


- โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารอื่น
- ค่าธรรมเนียม 35 บาทอ้างอิงค์จาก Kasikornbank.com

** ในการโอนผ่าน atm นั้นจะโอนจาก Bank ไหนก็ต้องใช้ atm ของ Bank นั้นเท่านั้น เช่น มี atm ของกสิกร ก็ต้องโอนจากตู้ของกสิกรเท่านั้น จะโอนจากตู้ SCB ไม่ได้ เป็นต้น

พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028หรือ อีเมลล์


ตัวอย่าง Slip ATM






2 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

จุดเริ่มต้นของ สตอรี่ไทย

 


 




        สตอรี่ไทยถือกำเนิดขึ้นเมื่อ ตุลาคม 2543 (ค.ศ.2000) โดยเริ่มต้นจากความรู้สึกสนุก อยากทำเว็บของนิสิต วิศวะปี3 (รุ่นE54) ม.เกษตรศาสตร์คนนึง โดยในครั้งแรกนั้นตั้งใจจะทำเว็บที่รวบรวมเรื่องสั้นอ่านสนุกๆ ที่พอจะหาได้ทั่วไปจาก forword mail แล้วนำมารวบรวมเป็นหมวดหมู่ให้อ่านได้ง่ายขึ้น จึงเป็นที่มาของชื่อ STORYTHAI คำว่า STORY แปลว่า เรื่องราว,เรื่องแต่ง เมื่อรวมกับคำว่า THAI ซึ่งหมายถึง คนไทย รวมแล้วได้ความหมายว่า เป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องราวของคนไทย.. เมื่อตอนแรก STORYTHAI จึงเป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องสั้นต่างๆ

จุดเริ่มต้นของบริการไดอารี่

        หลังจากเปิดเว็บมาแล้วประมาณ 2-3 เดือน ผมก็ได้เริ่มต้นศึกษาแนวทางการเขียนโปรแกรมบนเว็บ และเปิดเว็บบอร์ดขึ้น พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆ ทั้งที่ภาคเดียวกันและเพื่อนที่คุยกันในโปรแกรม Pirch เข้ามาเล่นมาคุยกัน (ผมได้ทำห้อง chat อีกห้องนึงชื่อว่า #เกษตรน่ารัก ;server irc.webmaster.com) ในจำนวนนั้นมีพี่คนนึงที่ผมสนิทด้วยมากๆ เพราะทำห้อง Pirch มาด้วยกัน และไปเล่นเน็ตที่ร้านพี่เค้าประจำ จนไม่ต้องเสียค่า ชม. เน็ต แบบว่าใจดีมาก ชื่อพี่อ๊อฟ (ตอนนี้พี่อ๊ฟไปทำงานและเรียนต่อที่แคนาดาแล้ว)

ซึ่งพี่อ๊อฟนี่เองเป็นคนเริ่มต้นเข้ามาเขียนเล่าเรื่องราวและความคิด ในทุกๆวันลงในเว็บบอร์ด จนวันนึงผมก็เลยได้ความคิดว่า อยากจะทำเว็บโปรแกรมที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นพื้นที่สำหรับเขียนได้ง่ายๆและสวยงามกว่าเขียนในเว็บบอร์ด และไหนๆก็ทำแล้วก็ทำให้มันสามารถสมัครได้หลายๆคน เขียนได้หลายๆคนไปด้วย จะได้มีหลายๆคนเขียนและแลกกันอ่านได้ จากความคิดนี้ในช่วงวันหยุดปีใหม่ปี 2544 ผมจึงใช้เวลาทั้งหมดขลุกตัวอยู่ที่บ้านไม่ไปเที่ยวไหน จนวันที่ 9 มกราคม 2544 (ผมถือเอาวันนี้เป็นวันเกิดเว็บด้วย) โปรแกรมที่เขียนและเรียกเอาเองว่า "ไดอารี่ออนไลน์" จึงสำเร็จและเริ่มเปิดใช้งานนับจากวันนั้น... จนถึงปัจจุบัน (ระหว่างนั้นก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขอะไรมากมายหลายเวอร์ชั่นมาก )

นักเขียนไดอารี่ออนไลน์ป่วน หลังเว็บคนทำเว็บ "diaryhub" แตกคอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2548 ที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม (diaryhub.com) ชุมชนนักเขียนไดอารีออนไลน์ระดับแนวหน้า ประกาศปิดเว็บไซต์ชั่วคราว เนื่องจากที่เกิดความขัดแย้งระหว่าง นายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม กับ นายศิระ สัจจินานนท์ ผู้พัฒนาโปรแกรมของเว็บ เป็นเหตุให้สมาชิก ผู้ใช้งานหลายหมื่นคน ไม่สามารถเข้าใช้งาน และเขียนไดอะรีออนไลน์ได้ อีกทั้งความ ขัดแย้งดังกล่าวยังลุกลามกลายเป็นปัญหาบานปลาย มีการออกแถลงการณ์ตอบโต้กันเป็นระยะๆ นั้น


นายศิระ สัจจินานนท์ หรือ Hunt ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอารี่อีสดอทคอม (diaryis.com) อดีตผู้พัฒนาโปรแกรมของ ไดอะรีฮับ กล่าวว่า การที่ไดอะรีฮับดั้งเดิมหยุดการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการไดอารี่ออนไลน์ ไม่มีที่จะเขียนไดอารีของตัวเอง บางรายเขียนกัน เป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อไม่มีเว็บดังกล่าวก็รู้สึกว่า ชีวิตขาดหายอะไรไปบางอย่าง บางส่วนก็กระจัดกระจายไปอยู่ตามเว็บไซต์อื่นๆ เช่น สตอรีไทย (storythai.com) หรือ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม (exteen.com) ทั้งนี้ ก็มีกระแสเรียกร้องจากเพื่อนๆ สมาชิกเดิมให้มาทำเว็บอีกครั้ง จึงทำไดอารี่อีสขึ้นมาร่วมกับ สยามทูยูดอทคอม โดยมีสมาชิกไดอะรีฮับเดิมตามเข้ามาเป็นสมาชิกพอสมควร


ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอารี่อีสดอทคอม กล่าวต่อว่า บางเว็บไซต์ที่สมาชิกเดิมของไดอะรีฮับ เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกก็เกิดปัญหากับผู้ใช้เดิมอยู่บ้าง อาทิ ทำให้เว็บช้าลง หรือ วัฒนธรรมการเขียนไดอารีของสมาชิกเดิม ขัดกับวัฒนธรรมของเว็บใหม่ที่เข้าไปอยู่ เช่น exteen.com ที่เน้นบล็อกที่มีประเด็นเป็นสาระสำคัญ ส่วนตัวก็รู้สึกเกรงใจ ผู้ดูแลเว็บไซต์หลายแห่ง เพราะสมาชิกไดอะรีฮับเดิมเข้าไปอยู่ทำให้เว็บเหล่านั้น ต้องเสียทรัพยากรบนระบบมากขึ้น อีกทั้ง มีผู้ใช้บางรายมองว่าเว็บเหล่านี้เป็นเหมือนแค่บ้านเช่า จึงทำให้สมาชิกเดิมของเว็บไม่พอใจ จึงทำให้ต้องทำเว็บไซต์ไดอารี่อีสขึ้นมารองรับ สมาชิกเดิมไว้เอง


ด้าน นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม (storythai.com) เว็บไซต์ให้บริการไดอารีออนไลน์ กล่าวว่า หลังจากที่เว็บไซต์ไดอะรีฮับเกิดปัญา ทางสตอรีไทยก็ได้รับสมาชิกมาบ้าง เนื่องจากสมาชิกที่มาจากไดอะรีฮับ บางคนก็เคยเป็น สมาชิกที่นี่มาก่อน และทางเว็บก็ไม่ได้ลบข้อมูลเก่าก็เลยมาเขียนต่อที่นี่ ส่วนสมาชิกใหม่ในชุมชนออนไลน์ ก็ไม่ได้มีการแบ่งแยก หรือ การต่อต้านจากสมาชิกเดิม โดยสตอรีไทยได้ถือโอกาสนี้ ปรับปรุงระบบให้ใช้งานง่ายขึ้นเพื่อรับช่วงปิดเทอม


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม กล่าวอีกว่า วัฒนธรรมของสตอรีไทยอาจแตกต่างจาก ไดอะรีฮับบ้าง แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และให้อิสระในการเขียนเท่าที่ไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของ ผู้อื่น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตัวผู้ใช้เองก็มีทางเลือกที่จะเขียนไดอารีไว้หลายๆ ที่อยู่แล้ว โดยส่วนตัวก็รู้จักทั้งผู้ดูแลเว็บไดอะรีฮับ และตัวโปรแกรมเมอร์ ตั้งแต่เริ่มทำเว็บไซต์ใหม่ๆ


ส่วน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย กล่าวว่า ทางเว็บไซต์เอ็กซ์ทีนรับสมาชิก ไดอะรีฮับเดิมมาประมาณ 1-2 ร้อยคน อย่างไรก็ตาม ก็มีสมาชิกบางส่วนย้ายไปที่เว็บ diaryis.com โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมีเพียงแค่วัฒนธรรม การเขียนไดอารีกับบล็อกที่แตกต่างกัน เนื่องจากของไดอะรีฮับจะเป็นกลุ่มสังคม ส่วนเอ็กซ์ทีนจะเน้นที่การแสดงความคิดเห็น อย่างไรก็ตาม สมาชิกของที่นี่ก็ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ และยังแนะนำการใช้งานโปรแกรมในเว็บอีกด้วย


ด้าน นายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และระบุเพียงว่า ตนยังรับผิดชอบข้อมูลของผู้ใช้ทุกคน ส่วนเรื่องอื่นๆ ให้รอหลังจากที่เว็บไซต์ ไดอะรีฮับใหม่พัฒนาเสร็จสิ้นก่อน จึงจะให้รายละเอียดได้ โดยคาดว่าเว็บไดอะรีฮับ จะปรับปรุงเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2548 สำหรับข้อมูลเก่าของสมาชิกทุกคนยังอยู่ครบ และจะมีการชดเชยให้กับสมาชิกที่ชำระเงินแล้วแน่นอน


แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ระบุว่า กรณีความขัดแย้งดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างนัดหมาย ให้ทั้งนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม และนายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เข้ามาเจรจากัน โดยมีผู้ใหญ่ในสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เป็นผู้ช่วยไกล่เกลี่ย ที่ผ่านมามีการนัดวันเจรจาไปครั้งหนึ่ง แต่มีการขอเลื่อนนัดไป ดังนั้น จะมีการนัดเจรจาอีกครั้งแต่ไม่ใช่ในนามของสมาคมฯ เนื่องจากยังถือว่ากรณีนี้เป็นเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม อยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่ให้ความรู้กับผู้ที่จะคิดทำเว็บไซต์เชิงพาณิชย์ด้วย

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ 
http://thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itupdate/sep/22/update1.php 

เปรียบเทียบฟีเจอร์ ระหว่างฟรี ฟูล วีไอพี

รายละเอียดเปรียบเทียบ ของสมาชิกแต่ละแบบ

* สมาชิกที่สมัครใหม่จะเริ่มต้นที่ ฟรีเมม จากนั้นค่อยอัปเกรดทีหลัง
* สมาชิกแบบเสียเงิน สามารถจ่ายได้ 3 วิธีคือ โอนเงิน e-pay และธนาณัติ
* ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสมาชิกได้ที่ support@storythai.com หรือ 02-511-0031




.topic{ background-color:#0099CC; color:#ffffff; font-size:10pt; text-decoration:bold;}
.td1{ background-color:#E7EFF7 ; font-size:10pt; padding-left:4px; text-align:left;}
.td2{ background-color:#EFEFEF; font-size:10pt; padding-left:6px; text-align:center;}





ฟีเจอร์
ฟรีเมม
ฟูลเมม
วีไอพี

พื้นที่ Harddisk
5.0 MB
30.0 MB
50.0 MB

ใส่รูปได้โดยประมาณ
80 รูป
500 รูป
800 รูป

จำนวนดาว
-
3
5

เขียนเรื่องราว




แก้ไขเรื่อง




เปลี่ยนธีม




ใส่ HTML, Java




แทรกรูปและไฟล์




ใส่เพลง




สร้างไอคอน *
-



สร้างธีมของตัวเอง *
-



แชร์ธีมระหว่างกัน *
-



ใส่รหัสผ่านในหน้าไดอารี่ *
-



SmartDesign™
เปลี่ยน
เปลี่ยน+สร้าง+แก้ไข
เปลี่ยน+สร้าง+แก้ไข

ค่าบริการ
ฟรี!
60 Bht/Mo
90 Bht/Mo


How to pay? >>

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออกที่แก้ปัญหาเรื่องเงินได้ คือ เว็บไซต์ต้องมีรายได้มาหล่อเลี้ยง หลายเว็บไซต์อาจไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำเว็บ แบบเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีการวางแผนงานปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ การที่มีรายได้เข้ามามาก ก็ต้องมีเรื่องผลประโยชน์ หรือ เงินๆ ทองที่ไม่เคยเข้าใครออกใคร แล้วก็เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางชุมชนออนไลน์ที่ชื่อ ไดอะรีฮับดอทคอม


IT Digest จะไม่เสนอรายละเอียดความขัดแย้งหรือชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะแนะให้เห็นถึงสิ่งที่เว็บมาสเตอร์ หรือ ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะต้องนำกรณีของไดอะรี่ฮับเป็นกรณีศึกษารวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อพิพาท และการป้องกันโดยคนในวงการด้วยกันเอง


นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม แสดงความเห็นว่า ไดอะรีฮับ คือ ตัวอย่างของเว็บไซต์มีเจ้าของมากกว่า 1 คน เริ่มต้นจากการทำด้วยใจรัก แต่ไม่มีการวางแผนทางธุรกิจ ขาดการเตรียมพร้อม และการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น จากนี้ไปการเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วน ต้องดูรายละเอียดภูมิหลัง รวมทั้ง ดูนิสัยแม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้ง ต้องระวัง การคิดจะเอาเด็กเข้ามาทำงาน ด้วยก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะเราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากเด็กใหม่ได้นัก


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยฯ แสดงความเห็นต่อว่า การแก้ปัญหานั้น คงต้องใจเย็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พยายามหาทางออกโดยการหาผู้ใหญ่เข้าไกล่เกลี่ย ถ้ามีปัญหาก็น่าจะแบ่งปห้คนในชุมชน ที่บอกว่าเป็นครอบครัวให้ทราบ เป็นทางออกทางหนึ่ง หรือทำประชาพิจารณ์ให้สมาชิก ที่อยู่เหนียวแน่น ออกมาแสดงความเห็น อาจมีกรอบมากำหนดเป็นจริยธรรม เช่น ผู้ใช้บริการก็ควรจะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ใช่ปล่อยปละละเลย แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าผู้ใช้จะฟ้องร้องเว็บไซต์ จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย รวมทั้ง ความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ใช้บริการ การรักษาความลับ สำหรับการควบคุมคงยาก เพราะแต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน


ควรคำนึงว่า Community Web เป็นชุมชนที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะมีความสัมพันธ์ของสมาชิกที่ลึกซึ้ง หากบอกว่าเว็บนี้เป็นของตน และจะกระทบกับสมาชิกทุกคนที่ช่วยสร้าง หากผู้ดูแลเว็บไซต์ตัดสินใจทำอะไร ไปโดยพลการ อีกทั้ง ยังกระทบสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นภาพที่ไม่ดี คนภายนอกจะคิดอย่างไรเมื่อคนบนอินเทอร์เน็ตมาทะเลาะกัน สร้างภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ปากบอกว่าทำเพื่อความอบอุ่น อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ นายอลงกรณ์ กล่าว


ด้าน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีนดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย ตัวแทนวัยรุ่นที่ก้าวขึ้นมาทำเว็บไซต์ กล่าวว่า กรณีของไดอะรีฮับสอนให้รู้ว่า หากคิดทำเว็บเชิงธุรกิจควรมีการร่างสัญญา เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ อาจมีปัญหา เรื่องโกงมีอยู่ตลอดเวลา การเปิดบัญชีเงินก็ต้องเป็นบัญชีร่วม ทีมงานทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริงๆ เว็บไซต์ต้องเปิดใช้ได้ตามปกติ หรือหากต้องปิดก็จะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เพื่อสมาชิกจะได้สำรองข้อมูลเก็บไว้ ไม่ใช่อยู่ดีๆปิดไปเลย โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้ และเขาเหล่านั้นน่าจะมีทางเลือกที่มากกว่านี้


ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องความขัดแย้งของทีมงาน ควรเป็นเรื่องภายในที่รู้เฉพาะคนทำเว็บ ผู้ใช้ไม่ควรจะรับรู้เรื่องปัญหาความขัดแย้งภายใน ส่วนการเปิดโหวตหาทางออกก็สามรถทำได้ แต่จะเกิดความแตกแยกให้ผู้ใช้งาน และทางออกบางอย่างก็ไม่อาจใช้งานได้จริง โดยสำหรับตัวผู้ใช้คงเป็นการลำบาก ที่จะมาพิจารณาว่า เว็บไซต์ใดมีปัญหา เพราะคำนึงแต่ลูกเล่น พื้นที่ และฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะได้รับ แต่อยากจะแนะให้ผู้ใช้งานทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เอาข้อมูลลับขึ้นไปบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ไดอารีออนไลน์ถูกมองในแง่ลบจากสังคม เพียงแต่ขอให้อย่าตื่นตกใจมากเกินไปก็พอ


ส่วน นส.วรงค์ชนก เทียมทินกฤต บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม แสดงความเห็นว่า ถือเป็นกรณีศึกษาในการทำเว็บไซต์ที่มีเจ้าของ 2 คน ที่ควรจะตกลงเรื่องผลประโยชน์ตั้งแต่เว็บเปิดให้บริการ ส่วนตนหากเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา ไม่สามารถให้บริการได้ ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้า 1 อาทิตย์ และมีการชี้แจงปัญหาให้ สมาชิกทราบ เพื่อที่สมาชิกจะได้แบ็คอัพข้อมูลเก็บ หรือ ขอให้ทางเว็บไรท์ลงซีดีให้ ทั้งนี้ เว็บไซต์ไดอารีคลับไม่มีการเก็บเงินกับสมาชิกมา 2 ปีแล้ว แม้จะซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมก็มาจากเงินส่วนตัว


บรรณาธิการ เว็บไซต์ ไดอารีคลับดอทคอม กล่าวเสริมว่า ตามปกติการทำธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสัญญาที่ระบุสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจน คนทำเว็บไซต์ต้องดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยที่กระทบกับผู้ใช้บริการน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ไม่ควรมาเดือดร้อนกับปัญหา ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น ปัญหาต่างๆ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย แม้ขณะนี้ มีการเปิดเว็บไซต์ แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา แต่ผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกก็คงอยากเห็นการจับมือกันของทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิด เพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมองกันคนละทางเท่านั้น



เจ้าของเว็บไซต์ทุกคนรักเว็บของตนเองอยู่แล้ว เพียงแต่แต่การรักจะเป็นไป ในรูปแบบใด สมาชิก และผู้ใช้งานทุกคนคงจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร การปิดตัวลงของไดอะรีฮับไม่ใช่เรื่องแปลรไดอารีออนไลน์ ก่อนหน้านี้ก็มีเว็บแบบเดียวกันปิดตัวลงเช่นกัน โดยเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อมีเว็บใหม่ๆ เกิดก็ต้องมีเว็บเก่าปิดตัวเองลง สุดท้ายอยากฝากว่า คนทำเว็บอย่าไว้ใจใคร 100% ควรมีสัญญามาผูกมัดกันการเปลี่ยนแปลง การทำเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้เว็บเกิดหรือมีชีวิตอยู่ต่อได้ยากมากกว่า นส.วรงค์ชนก กล่าว


ไม่มีใครรู้ว่า มิตรภาพ ภายใต้โลกไซเบอร์มีอานุภาพเพียงใด จนกว่าจะได้พบเจอด้วยตัวเอง


เรื่องค่าสมาชิกจะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไดอะรี่ฮับกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ความรู้สึกของสมาชิกผู้ใช้บริการไดอะรี่ฮับอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะ ไม่ต่างไปจากเด็กคนหนึ่งที่พ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต้องแยกบ้านไปอยู่คนละหลังและ จำเป็นต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครซึ่งไม่ว่าจะเลือกอยู่กับพ่อหรือแม่ ก็สร้างความรู้สึกปวดใจได้ไม่แพ้กันเพราะในบ้านหลังเดิมนั้นเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีญาติผู้ใหญ่ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ที่พร้อมจะแชร์ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตในแต่ละวัน หากเลือกได้สมาชิกทุกคนก็คงอยากจะได้บรรยากาศเก่าๆ กับความเป็น ครอบครัวไดอะรี่ฮับ กลับคืนมา แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องยากเหลือเกิน


เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ชื่นชอบการเขียนไดอารีออนไลน์ ที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ก่อปัญหาจะรู้หรือไม่ว่ามีผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อนและ อึดอัดใจมากเพียงใดกับปัญหา ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แต่อย่างน้อยกรณีความขัดแย้งของไดอะรีฮับน่าจะเป็น ตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ จากการทำด้วยใจรักก้าวไปสู่การทำเพื่อเชิงพาณิชย์


ถือเป็นบทเรียนที่น่าสะเทือนใจและหวังว่าจากนี้ไป ผู้ดูแลเว็บไซต์จะมีความระมัด ระวังไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่บอกว่าเป็นเหมือน คนในครอบครัว เช่นนี้อีก...


ทีมข่าว IT Digest
itdigest@thairath.co.th


 


ที่มา: http://www.thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itdigest/sep/23/itdigest.php

Pay#3. ธนาณัติ

เติมเงินผ่านธนาณัติ

เมื่อก่อนผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวิธีการส่งธนาณัติเป็นประจำ เวลาต้องการสมัครนิตยสารต่างๆ

แต่สมัยนี้แล้วการส่งธนาณัติ ดูจะเป็นอะไรที่ไม่สะดวกเท่าการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่จะไปเหมาะสมสำหรับน้องๆที่ยังไม่มี atm หรือบัญชีธนาคาร หรือบางทีก็ต้อง "หนีแม่มาเล่นได" (อันนี้ล้อเล่น) ก็ตามต่างจังหวัดก็ยังสะดวกครับ เพราะมีทุกอำเภออยู่แล้ว ส่วนค่าธรรมเนียมก็ไม่แพง เพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น (สำหรับการส่งแบบธรรมดา)


อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาณัติ (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



โดยกรอกรายละเอียดดังนี้

ชื่อผู้รับ: นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
ที่อยู่: สตอรี่ไทย
เลขที่ 194/2 ถ.วิสุทธิกษัตริย์ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200


การแจ้งโอนเงิน

ให้เขียน ชื่อไดอารี่ อีเมลล์และเบอร์ติดต่อกลับ แนบมาด้วยภายในซองธนาณัติ ครับ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเซ็ตให้เมื่อได้รับจดหมาย

*** ยกเว้น ธนาณัติออนไลน์ ต้องแจ้งโอนเงินทางหน้าเว็บ หรือ Fax ใบส่งมาที่เบอร์ 02-2827028 ถ่ายรูปหรือสแกน พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ และเบอร์ติดต่อกลับ ให้ชัดเจน
แจ้งโอนเงินที่นี่ >>

ค่าธรรมเนียม



ธนาณัติธรรมดา
- ค่าธรรมเนียม 10 บาท (ไม่รวมซองกับแสตมป์)
จะถึงภายใน 1-7 วัน แล้วแต่ระยะทาง
ธนาณัติออนไลน์
- ค่าธรรมเนียม 40 บาท
ถึงภายใน 24 ชม.
ส่งแบบ EMS
- บวกเพิ่มอีก 37 บาท
ถึงวันรุ่งขึ้นของวันที่ส่ง (มีบอกด้วยว่าจะถึงตอนไหนที่ต้นทาง)
สำหรับส่งภายใน กทม. ไม่จำเป็นต้อง EMS ครับเพราะถึงเร็วอยู่แล้ว


พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028 หรือ สแกนหรือถ่ายรูป ส่งมาที่ support(at)storythai.com อีเมลล์


ตัวอย่างการเขียนใบธนาณัติ






เพิ่มเติม






3 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

Pay#2. E-pay

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Pay#1. โอนผ่านธนาคาร (แนะนำ)


เติมเงินผ่านธนาคาร

วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีแรกที่สุดที่เป็นช่องทางในการเติมเงิน และมีมาตั้งแต่แรกคือ การโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการโอนผ่านเครื่อง ATM หรือผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติ หรือ โดยการฝากเข้าที่สาขาของธนาคาร


สาขาของธนาคารกสิกร ที่เปิดตามห้างตอนนี้มีเยอะแล้วนะคับ เปิดถึงทุ่มครึ่งทุกวัน ส่วนใหญ่จะอยู่เซ็นทรัลน่ะคับ สะดวกมากๆอันนี้แนะนำคับ
อัตราค่าสมาชิกเมื่อเติมผ่านธนาคาร (ขั้นต่ำ 180 บาท)





ฟูลเมมเบอร์ (3ดาว)
วีไอพี (5ดาว)
จำนวนวัน

180 บาท
270 บาท

90 วัน



360 บาท
540 บาท

180 วัน



720 บาท
1,080 บาท

360 วัน



ท่านสามารถเลือกบัญชีธนาคารที่ท่านสะดวกโอนเงินได้ดังนี้

  • ธนาคารกสิกรไทย (เฉพาะที่โอนจากกสิกรเข้ากสิกร ไม่ต้อง fax slip)


  • บัญชีออมทรัพย์ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 730-2200-755

    ในการแจ้งโอนเงินสิ่งที่แจ้งคือ ชื่อไดอารี่ ชื่อเจ้าของได วันที่ เวลา จำนวนเงิน และสาขาที่โอน กรณีโอนผ่าน ATM สาขาที่โอน = Location ที่ปรากฎบน slip โอนเงิน หากไม่แน่ใจให้ใส่ชื่อสถานที่บริเวณที่ตั้ง atm นั้นมาด้วย เช่น BigC หาดใหญ่ เป็นต้น
    ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเช็คกับธนาคารผ่าน InternetBanking
    โปรดทราบว่าหลังจากโอนเงินแล้ว 1 วันยอดเงินและรายละเอียดจึงจะปรากฎ เพราะฉะนั้นโปรดรอนะครับ

    ยกเว้นยอดที่โอนวัน เสาร์-อาทิตย์ ต้องรอถึงวันอังคารถัดไป **
    หากไม่ต้องการรอ ให้ Fax Slip โอนเงิน พร้อม ชื่อไดอารี่และเบอร์ติดต่อกลับ มาที่ Fax: 02-2827028 จะจัดการให้ภายในวันที่ได้รับ fax (ถ้ามีคนอยู่ office)
    แจ้งโอนเงินที่นี่ >>



  • ธนาคารกรุงเทพ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • สะสมทรัพย์ สาขาเสนานิคม
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 223-0296-374


  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (ต้อง fax slip หรือ scan ส่งมาด้วย!!)


  • ออมทรัพย์ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่
    ชื่อบัญชี นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์
    เลขที่บัญชี: 043-2541-656

    ให้ท่าน fax ใบ slip โดยวงกลมที่ หมายเลขบัญชีที่โอน กับยอดเงิน
    พร้อมเขียนชื่อไดอารี่ให้ชัดเจน พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ แล้วส่งมาที่ fax: 02-2827028 หรือ scan หรือ ถ่ายรูป +รายละเอียด ส่งมาที่ account(at)storythai.com

ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน





โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารเดียวกัน
- กรุงเทพฯ (เขตเดียวกัน)
- ต่างจังหวัด (ข้ามเขต)


- ฟรี!
- ค่าธรรมเนียม 20 บาท


- โอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นบัญชีธนาคารอื่น
- ค่าธรรมเนียม 35 บาทอ้างอิงค์จาก Kasikornbank.com

** ในการโอนผ่าน atm นั้นจะโอนจาก Bank ไหนก็ต้องใช้ atm ของ Bank นั้นเท่านั้น เช่น มี atm ของกสิกร ก็ต้องโอนจากตู้ของกสิกรเท่านั้น จะโอนจากตู้ SCB ไม่ได้ เป็นต้น

พบปัญหาหรือสอบถามการใช้งาน

Call center 02-2827027 หรือ Fax: 02-2827028หรือ อีเมลล์


ตัวอย่าง Slip ATM






2 ช่องทางในการเติมเงิน » โอนผ่านธนาคาร ส่งธนาณัติ

จุดเริ่มต้นของ สตอรี่ไทย

 


 




        สตอรี่ไทยถือกำเนิดขึ้นเมื่อ ตุลาคม 2543 (ค.ศ.2000) โดยเริ่มต้นจากความรู้สึกสนุก อยากทำเว็บของนิสิต วิศวะปี3 (รุ่นE54) ม.เกษตรศาสตร์คนนึง โดยในครั้งแรกนั้นตั้งใจจะทำเว็บที่รวบรวมเรื่องสั้นอ่านสนุกๆ ที่พอจะหาได้ทั่วไปจาก forword mail แล้วนำมารวบรวมเป็นหมวดหมู่ให้อ่านได้ง่ายขึ้น จึงเป็นที่มาของชื่อ STORYTHAI คำว่า STORY แปลว่า เรื่องราว,เรื่องแต่ง เมื่อรวมกับคำว่า THAI ซึ่งหมายถึง คนไทย รวมแล้วได้ความหมายว่า เป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องราวของคนไทย.. เมื่อตอนแรก STORYTHAI จึงเป็นเว็บที่รวบรวมเรื่องสั้นต่างๆ

จุดเริ่มต้นของบริการไดอารี่

        หลังจากเปิดเว็บมาแล้วประมาณ 2-3 เดือน ผมก็ได้เริ่มต้นศึกษาแนวทางการเขียนโปรแกรมบนเว็บ และเปิดเว็บบอร์ดขึ้น พร้อมๆกับชวนเพื่อนๆ ทั้งที่ภาคเดียวกันและเพื่อนที่คุยกันในโปรแกรม Pirch เข้ามาเล่นมาคุยกัน (ผมได้ทำห้อง chat อีกห้องนึงชื่อว่า #เกษตรน่ารัก ;server irc.webmaster.com) ในจำนวนนั้นมีพี่คนนึงที่ผมสนิทด้วยมากๆ เพราะทำห้อง Pirch มาด้วยกัน และไปเล่นเน็ตที่ร้านพี่เค้าประจำ จนไม่ต้องเสียค่า ชม. เน็ต แบบว่าใจดีมาก ชื่อพี่อ๊อฟ (ตอนนี้พี่อ๊ฟไปทำงานและเรียนต่อที่แคนาดาแล้ว)

ซึ่งพี่อ๊อฟนี่เองเป็นคนเริ่มต้นเข้ามาเขียนเล่าเรื่องราวและความคิด ในทุกๆวันลงในเว็บบอร์ด จนวันนึงผมก็เลยได้ความคิดว่า อยากจะทำเว็บโปรแกรมที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นพื้นที่สำหรับเขียนได้ง่ายๆและสวยงามกว่าเขียนในเว็บบอร์ด และไหนๆก็ทำแล้วก็ทำให้มันสามารถสมัครได้หลายๆคน เขียนได้หลายๆคนไปด้วย จะได้มีหลายๆคนเขียนและแลกกันอ่านได้ จากความคิดนี้ในช่วงวันหยุดปีใหม่ปี 2544 ผมจึงใช้เวลาทั้งหมดขลุกตัวอยู่ที่บ้านไม่ไปเที่ยวไหน จนวันที่ 9 มกราคม 2544 (ผมถือเอาวันนี้เป็นวันเกิดเว็บด้วย) โปรแกรมที่เขียนและเรียกเอาเองว่า "ไดอารี่ออนไลน์" จึงสำเร็จและเริ่มเปิดใช้งานนับจากวันนั้น... จนถึงปัจจุบัน (ระหว่างนั้นก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขอะไรมากมายหลายเวอร์ชั่นมาก )

นักเขียนไดอารี่ออนไลน์ป่วน หลังเว็บคนทำเว็บ "diaryhub" แตกคอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2548 ที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม (diaryhub.com) ชุมชนนักเขียนไดอารีออนไลน์ระดับแนวหน้า ประกาศปิดเว็บไซต์ชั่วคราว เนื่องจากที่เกิดความขัดแย้งระหว่าง นายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม กับ นายศิระ สัจจินานนท์ ผู้พัฒนาโปรแกรมของเว็บ เป็นเหตุให้สมาชิก ผู้ใช้งานหลายหมื่นคน ไม่สามารถเข้าใช้งาน และเขียนไดอะรีออนไลน์ได้ อีกทั้งความ ขัดแย้งดังกล่าวยังลุกลามกลายเป็นปัญหาบานปลาย มีการออกแถลงการณ์ตอบโต้กันเป็นระยะๆ นั้น


นายศิระ สัจจินานนท์ หรือ Hunt ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอารี่อีสดอทคอม (diaryis.com) อดีตผู้พัฒนาโปรแกรมของ ไดอะรีฮับ กล่าวว่า การที่ไดอะรีฮับดั้งเดิมหยุดการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการไดอารี่ออนไลน์ ไม่มีที่จะเขียนไดอารีของตัวเอง บางรายเขียนกัน เป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อไม่มีเว็บดังกล่าวก็รู้สึกว่า ชีวิตขาดหายอะไรไปบางอย่าง บางส่วนก็กระจัดกระจายไปอยู่ตามเว็บไซต์อื่นๆ เช่น สตอรีไทย (storythai.com) หรือ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม (exteen.com) ทั้งนี้ ก็มีกระแสเรียกร้องจากเพื่อนๆ สมาชิกเดิมให้มาทำเว็บอีกครั้ง จึงทำไดอารี่อีสขึ้นมาร่วมกับ สยามทูยูดอทคอม โดยมีสมาชิกไดอะรีฮับเดิมตามเข้ามาเป็นสมาชิกพอสมควร


ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอารี่อีสดอทคอม กล่าวต่อว่า บางเว็บไซต์ที่สมาชิกเดิมของไดอะรีฮับ เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกก็เกิดปัญหากับผู้ใช้เดิมอยู่บ้าง อาทิ ทำให้เว็บช้าลง หรือ วัฒนธรรมการเขียนไดอารีของสมาชิกเดิม ขัดกับวัฒนธรรมของเว็บใหม่ที่เข้าไปอยู่ เช่น exteen.com ที่เน้นบล็อกที่มีประเด็นเป็นสาระสำคัญ ส่วนตัวก็รู้สึกเกรงใจ ผู้ดูแลเว็บไซต์หลายแห่ง เพราะสมาชิกไดอะรีฮับเดิมเข้าไปอยู่ทำให้เว็บเหล่านั้น ต้องเสียทรัพยากรบนระบบมากขึ้น อีกทั้ง มีผู้ใช้บางรายมองว่าเว็บเหล่านี้เป็นเหมือนแค่บ้านเช่า จึงทำให้สมาชิกเดิมของเว็บไม่พอใจ จึงทำให้ต้องทำเว็บไซต์ไดอารี่อีสขึ้นมารองรับ สมาชิกเดิมไว้เอง


ด้าน นายอลงกรณ์ สงวนหล่อสิทธิ์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม (storythai.com) เว็บไซต์ให้บริการไดอารีออนไลน์ กล่าวว่า หลังจากที่เว็บไซต์ไดอะรีฮับเกิดปัญา ทางสตอรีไทยก็ได้รับสมาชิกมาบ้าง เนื่องจากสมาชิกที่มาจากไดอะรีฮับ บางคนก็เคยเป็น สมาชิกที่นี่มาก่อน และทางเว็บก็ไม่ได้ลบข้อมูลเก่าก็เลยมาเขียนต่อที่นี่ ส่วนสมาชิกใหม่ในชุมชนออนไลน์ ก็ไม่ได้มีการแบ่งแยก หรือ การต่อต้านจากสมาชิกเดิม โดยสตอรีไทยได้ถือโอกาสนี้ ปรับปรุงระบบให้ใช้งานง่ายขึ้นเพื่อรับช่วงปิดเทอม


ผู้ดูแลเว็บไซต์ สตอรีไทยดอทคอม กล่าวอีกว่า วัฒนธรรมของสตอรีไทยอาจแตกต่างจาก ไดอะรีฮับบ้าง แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และให้อิสระในการเขียนเท่าที่ไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของ ผู้อื่น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตัวผู้ใช้เองก็มีทางเลือกที่จะเขียนไดอารีไว้หลายๆ ที่อยู่แล้ว โดยส่วนตัวก็รู้จักทั้งผู้ดูแลเว็บไดอะรีฮับ และตัวโปรแกรมเมอร์ ตั้งแต่เริ่มทำเว็บไซต์ใหม่ๆ


ส่วน นายทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้ดูแลเว็บไซต์ เอ็กซ์ทีน ดอทคอม เว็บบล็อกเพื่อคนไทย กล่าวว่า ทางเว็บไซต์เอ็กซ์ทีนรับสมาชิก ไดอะรีฮับเดิมมาประมาณ 1-2 ร้อยคน อย่างไรก็ตาม ก็มีสมาชิกบางส่วนย้ายไปที่เว็บ diaryis.com โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมีเพียงแค่วัฒนธรรม การเขียนไดอารีกับบล็อกที่แตกต่างกัน เนื่องจากของไดอะรีฮับจะเป็นกลุ่มสังคม ส่วนเอ็กซ์ทีนจะเน้นที่การแสดงความคิดเห็น อย่างไรก็ตาม สมาชิกของที่นี่ก็ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ และยังแนะนำการใช้งานโปรแกรมในเว็บอีกด้วย


ด้าน นายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และระบุเพียงว่า ตนยังรับผิดชอบข้อมูลของผู้ใช้ทุกคน ส่วนเรื่องอื่นๆ ให้รอหลังจากที่เว็บไซต์ ไดอะรีฮับใหม่พัฒนาเสร็จสิ้นก่อน จึงจะให้รายละเอียดได้ โดยคาดว่าเว็บไดอะรีฮับ จะปรับปรุงเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2548 สำหรับข้อมูลเก่าของสมาชิกทุกคนยังอยู่ครบ และจะมีการชดเชยให้กับสมาชิกที่ชำระเงินแล้วแน่นอน


แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ระบุว่า กรณีความขัดแย้งดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างนัดหมาย ให้ทั้งนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของ และ ผู้ดูแลเว็บไซต์ ไดอะรีฮับดอทคอม และนายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เข้ามาเจรจากัน โดยมีผู้ใหญ่ในสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เป็นผู้ช่วยไกล่เกลี่ย ที่ผ่านมามีการนัดวันเจรจาไปครั้งหนึ่ง แต่มีการขอเลื่อนนัดไป ดังนั้น จะมีการนัดเจรจาอีกครั้งแต่ไม่ใช่ในนามของสมาคมฯ เนื่องจากยังถือว่ากรณีนี้เป็นเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม อยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่ให้ความรู้กับผู้ที่จะคิดทำเว็บไซต์เชิงพาณิชย์ด้วย

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ 
http://thairath.com/thairath1/2548/itdigest/itupdate/sep/22/update1.php 

เปรียบเทียบฟีเจอร์ ระหว่างฟรี ฟูล วีไอพี

รายละเอียดเปรียบเทียบ ของสมาชิกแต่ละแบบ

* สมาชิกที่สมัครใหม่จะเริ่มต้นที่ ฟรีเมม จากนั้นค่อยอัปเกรดทีหลัง
* สมาชิกแบบเสียเงิน สามารถจ่ายได้ 3 วิธีคือ โอนเงิน e-pay และธนาณัติ
* ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสมาชิกได้ที่ support@storythai.com หรือ 02-511-0031




.topic{ background-color:#0099CC; color:#ffffff; font-size:10pt; text-decoration:bold;}
.td1{ background-color:#E7EFF7 ; font-size:10pt; padding-left:4px; text-align:left;}
.td2{ background-color:#EFEFEF; font-size:10pt; padding-left:6px; text-align:center;}





ฟีเจอร์
ฟรีเมม
ฟูลเมม
วีไอพี

พื้นที่ Harddisk
5.0 MB
30.0 MB
50.0 MB

ใส่รูปได้โดยประมาณ
80 รูป
500 รูป
800 รูป

จำนวนดาว
-
3
5

เขียนเรื่องราว




แก้ไขเรื่อง




เปลี่ยนธีม




ใส่ HTML, Java




แทรกรูปและไฟล์




ใส่เพลง




สร้างไอคอน *
-



สร้างธีมของตัวเอง *
-



แชร์ธีมระหว่างกัน *
-



ใส่รหัสผ่านในหน้าไดอารี่ *
-



SmartDesign™
เปลี่ยน
เปลี่ยน+สร้าง+แก้ไข
เปลี่ยน+สร้าง+แก้ไข

ค่าบริการ
ฟรี!
60 Bht/Mo
90 Bht/Mo


How to pay? >>

ไดอารี่ออนไลน์

          ก่อนจะพูดถึงไดอารี่ออนไลน์นะครับ..
          อยากจะเขียนถึงประโยชน์ของการเขียนไดอารี่ ดังนี้..


          การเขียนไดอารี่ ถือเป็นการฝึกฝนและสร้างสรรค์งานเขียนที่ง่ายที่สุด..
เนื่องจากเป็นการเขียนที่มาจากสิ่งใกล้ๆตัว มาจากความรู้สึก นึกคิดใดๆก็ได้ สามารถเขียนได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้การที่ท่านได้เขียนไดอารี่ ยังเป็นการช่วยให้ท่านได้ใช้ความคิดตรึกตรองถึงสิ่งทีี่ได้ทำไปในแต่ละวัน ซึ่งตามธรรมดาในหนึ่ง วันอาจจะผ่านไปโดยที่ไม่ได้คิดทบทวนสิ่งใดๆเลย

ซึ่งสิ่งๆนั้นอาจจะทำไปโดยมีเหตผลหรือไม่มีเหตผล หรือทำไปโดยใช้อารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังนั้นการที่ท่านได้มีเวลาคิดทบทวนในสิ่งเหล่านี้จึงเป็นการกล่าวได้ว่าเป็นการช่วยให้ท่านพบและเข้าใจตัวเองได้ดียิ่งขึ้น..
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต ร่วมกับกับผู้อื่นในสังคม

Internet Diaries

จากคำจำกัดความใน WikiPedia.com ที่ผมเห็นว่าใกล้เคียงที่สุดคือคำว่า Internet Diaries ได้ให้คำจำกัดความไว้ดังนี้

As Internet access became commonly available, people naturally adopted it as yet another medium with which to chronicle their lives, with the added dimension of having an audience (negating, to some, the very definition of "diary"). Apart from the odd tangent on USENET and posts to proprietary forums on the earliest Internet service providers, the first online personal diary is believed to be that of Carolyn Burke, which debuted on the web in January 1995. The number of people publishing web journals grew quickly, but for some time the practice was limited to people who had both internet access and a familiarity with HTML. However, several diverse communities of web diarists eventually developed.

คือเค้าบอกว่า ตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ตใช้กันมา มนุษย์เราก็ได้มีการดัดแปลงนำมาใช้เป็น "สื่อกลาง" และเป็นประโยชน์กับชีวิตเรา โดยพยายามจะขีดๆเขียนๆเรื่องที่เราได้ยินได้ฟัง และความคิดเห็นต่างๆลงไป ในสื่ออินเทอร์เน็ตนี้ โดยเริ่มแรกเป็นการเขียนไว้ในกระดานข่าว (Forums)

โดยเค้ามีความเชื่อว่า นายคนแรกได้เขียนไดอารี่ลงบนเว็บ มีชื่อว่า นาย Carolyn Burke เมื่อประมาณเดือน มกราคม พ.ศ. 2538 โน่น หรือว่า 10 ปีมาแล้ว โห... เก่าแก่เหมือนกัน


ไดอารี่ออนไลน์ยุคแรก

          ไดอารี่ออนไลน์ที่เกิดขึ้นมาในประเทศไทย เชื่อว่าน่าจะเป็นประมาณปี พ.ศ. 2541 โดยที่เริ่มนำมาเขียนเป็นคนแรก คือ พี่เก่ง Keng.com หรือที่ในวงการไดอารี่สมัยก่อนเรียกกันว่า "พระบิดา"
โดยในยุคนั้น การเขียนไดอารี่ออนไลน์ แสนจำลำบากมากๆ เพราะว่าต้องเขียนด้วย NotePad คือ ว่ากันเป็น html ดุ้นๆ (โปรแกรมง่ายๆอย่าง DreamWeaver สมัยนี้ไม่มีซะล่ะ)

กว่าจะเขียนเสร็จกันซักหน้า ก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ ไหนจะต้องแสกนรูปใส่เข้าไป ไหนจะต้อง ftp ขึ้นเว็บ
รวมความว่า ต้องใจรักกันจริงๆถึงจะทำกัน สมัยนั้นก็ต่างคนต่างเขียนกัน ยังเป็นสังคมเล็กๆ น่ารัก
โดยมีเว็บไซต์ที่เป็นศูนย์กลางสำหรับคนทำไดอารี่ได้มาพูดคุยกันชื่อว่า ThaiDiarist.com โดยเจ้าของก็คือพี่เก่งน่ะแหละ

ยุคแรกๆที่ทำไดอารี่ที่ผมพอจะจำได้และดังๆก็มี พี่เก่ง พี่กูก้อย พี่นก พี่ศา พี่บิ๊ค และอื่นๆ (จำไม่ได้และขี้เกียจหาลิงค์ ฮา ) แต่ที่มาทำให้ไดอารี่ออนไลน์ดังขึ้นมาและมีคนเขียนเพิ่มขึ้นมากมายก็คือ
การที่ พี่ๆ4 คนไปออกรายการ IEShow โดยมี พี่เก่ง พี่นก พี่ศา และ.. (ใครอีกคนจำไม่ได้แง..)

ล่วงเลยมาจนถึงประมาณปี 2544 ผม(นายกร) ก็ได้จับพลัดจับผลูไปเปิดเว็บไดอารี่กับเค้าบ้าง และเริ่มเข้ามาอยู่ในวงการโดย ไปแจมมีทติ้งกับเค้าบ้าง ไปแบบไม่ค่อยรู้จักใคร (รู้จักแต่พี่เก่ง เพราะเป็นคนให้โฮสต์ใช้) จากไม่ค่อยมีเพื่อนในเน็ต ก็เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น.. อ่ะพี่คนนั้นเขียนเว็บนั้น พี่คนนี้เขียนเว็บนี้ ก็เป็นความสุขของการ Meeting ที่ได้ไปเจอ ไปรู้จักและได้ตามอ่านเรื่องราวกันมา..

ก็ขอจบเรื่องของไดอารี่ออนไลน์ยุคแรกๆเพียงเท่านี้ เพราะความรู้มีกระจ้อยร่อย
เนื่องจากผมเข้ามาในยุคหลังครับ ที่เขียนนี่เพราะว่าต้องการให้เห็นภาพความเป็นมากันคร่าวๆ ก็รู้ตัวว่าเขียนยังไม่ค่อยดี แต่จะพยายามหาข้อมูล แล้วกลับมาอัปเดทกันนะคับ


ไดอารี่ออนไลน์ยุคใหม่

ที่บอกว่าเป็นยุคใหม่ก็หมายถึง เป็นยุคเริ่มเกิดมีเว็บไซต์ที่ ทำตัวเป็นผู้ให้บริการไดอารี่ โดยคนที่ไม่มีความรู้ด้านการทำ HTML ก็สามารถทำไดอารี่ได้ง่ายๆ เหมือนพิมพ์บน Microsoft Word ยังไงอย่างงั้น

สำหรับยุคนี้ ก็ค่อนข้างจะกระดากเขินอาย (เล็กน้อย) ที่จะบอกว่า StoryThai หนึ่งในเว็บที่ขับเคลื่อนวงการไดอารี่ไปสู่ยุคใหม่นี้ ก็เริ่มกันตั้งแต่ช่วง มกราคม 2544 ล่ะมั้งคับ
ค่อยๆเติบโตกันมาเรื่อยๆ

หลังจากนั้นก็เริ่มมีเว็บเพื่อนบ้านเปิดเป็นไดอารี่กันบ้างประปราย ก็มี Thaidiarist.com YaiLek.com ต่อมาก็ DiaryHub.com Dogpositive.com Diary2.com(อันนี้เปิดมาแป๊ปเดียวน่าเสียดาย) และ diaryclub.com (ที่แยกออกไปจากสตอรี่ไทย) ฯลฯ

เขียนกันมาเรื่อยๆจากแรกๆมีแต่เด็กไทยที่เรียนเมืองนอกเขียนกันมหาศาล เนื่องจากเป็น homesick เขียนกันในกลุ่มเล็กๆแต่เหนียวแน่น และค่อนข้างมีสาระสูง เรื่อยๆมา เริ่มมีการนำไดตัวเองแจกจ่ายกันอ่านในหมู่เพื่อนฝูง

ที่น่าแปลกคือ เว็บประเภทนี้ถ้าใช้ระบบโฆษณามักไม่ค่อยเวิร์ค และเป็นเว็บพันธุ์ทางก็ไม่ค่อยเวิร์ค (คือมีหลายๆอย่างในเว็บรวมทั้งไดอารี่) แต่ต้องอาศัยปรากฎการณ์ที่เรียกว่า "Word of mouth" หรือ "Buzz" เป็นปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ และต้องใช้เวลาพอสมควร สังคมประเภทไดอารี่ออนไลน์นี้จึงเกิดมาได้

ไดอารี่ยุคใหม่นี่ จะเรียกว่าเป็นแฟชั่นก็ได้ ซึ่งจะมีช่วงอายุประมาณ ตุลาคม ของทุกปีเพราะเป็นช่วงปิดเทอมและนักเรียนนักศึกษามีเวลามาก โดยช่วงที่บูมสุดๆของวงการนี้น่าจะประมาณ ตุลาคม 2547 เพราะสมาชิกเพิ่มมากเหลือเกิน เรียกว่าถ้าใครไม่มีไดนี่ เชยมาก โดยเฉพาะ ไดที่ สตอรี่ไทย (ฮา)


ยุคที่เป็น Commercial

เนื่องจากไดอารี่มันเป็นเว็บเซอร์วิส อย่างนึง ที่ต้องใช้ทรัพยากรมาก ต้องมีเครื่อง server หลายๆเครื่องคอยให้บริการ ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงทั้งนั้น (สมัยก่อนเครื่องนึงเป็นแสนนะครับ.. สมัยนี้ก็ลงมาหน่อย ในระดับ 50K up) เว็บก็จะต้องดิ้นรนหาเงินมา support รายจ่าย
มายุคฟองสบู่แตกเป็นต้นมานี่หล่ะ ที่พึ่งรายได้จากค่าโฆษณาไม่ค่อยได้
 
เว็บประเภทไดอารี่นี่ก็เช่นกัน จึงต้องดื้นรนหนีตายกัน โดยเก็บค่าสมาชิกจาก users และก็ค่อนข้างไปได้ดี จนทำให้น้องๆรุ่นหลังๆสนใจทำเว็บประเภทนี้กันมากขึ้น
ก็คงต้องดูกันต่อไปว่า จะมีหน้าใหม่ ที่เข้ามาทำธุรกิจเปิดเว็บไดอารี่กันมากน้อยแค่ไหน

ส่วน StoryThai เองก็คงเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน เพราะเราเองถือว่าเป็นผุ้นำเช่นกัน เป็นคนกรุยทางให้
แต่ที่สำคัญคือ เราต้องมีคุณธรรมและมีจรรยาบรรณที่ คำนึงถึงความเป็นสังคมออนไลน์ การไม่ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายความรู้สึก users หรือ การเป็นการค้ามากจนเกินไป

สุดท้ายก่อนจบบทความนี้ก็ฝากบอกว่า

"ทุกๆอย่างมีทั้งข้อดีและข้อด้วยด้วยกันทั้งนั้น.. ขอให้เลือกรับแต่สิ่งดีๆ และรู้เท่าทั้นอีกด้านนึงของสิ่งนั้น นะครับ"

จะได้อยุ่อย่างเป้นสุข

ร่างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย



        จากการที่ทราบกันว่า สตอรี่ไทยเราเป็นสังคมใหญ่.. และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง  มีตั้งแต่กลุ่มที่รักการเขียน รักการอ่าน  หรือ กลุ่มที่เป็นกลางๆ ชอบจดบันทึก เขียนเรื่อยๆเพราะอยากเขียน ไปจนถึงกลุ่มที่เขียนไดอารี่ ตามกระแส เขียนเพื่อแข่งขัน..

ยิ่งกว่านั้น แต่ละคนก็ยังมีความสนใจแตกต่างกัน เกิดเป็นกลุ่ม เป็นก๊วนภายในมากมาย ที่รวมกันอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างที่สนใจคล้ายกัน..

จากความหลากหลายอันนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดี เช่น การเม้นต์มั่ว การล่าคอมเม้นต์ เป็นต้น ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบบั่นทอนกำลังใจ และความรู้สึกอันดีในสังคมแห่งนี้

ดังนั้นเพื่อให้เรามีกรอบในการแก้ปัญหานี้ รวมทั้งส่งเสริมพฤติกรรมอันดีในการอยู่รวมกัน จึงเห็นควรให้มีการร่าง..

"วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย"

เหตุผลที่ใช้คำว่าวัฒนธรรม แทนที่จะใช้คำว่านโยบาย เพราะเว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท หรือสถานที่ ที่เพียงแต่ให้เรามาชุมนุมกัน แต่แท้จริงแล้ว ไดอารี่ของแต่ละคน มันคือบ้าน คือที่อาศัยทางความคิด และเป็นตัวตนของแต่ละคน เมื่อแต่ละบ้านมารวมกัน มันจึงเป็นมากกว่า แต่เว็บไซต์ แต่มันคือ "สังคมออนไลน์"

เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรณรงค์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดี และส่งเสริมสิ่งดีๆที่ควรมีอยู่ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม.. ทั้งนี้เพื่อคงความเป็นเว็บไซต์ที่

"อบอุ่น มากกว่า ไดอารี่" ที่เป็นสโลแกนและปรัชญาของเว็บแห่งนี้ต่อๆไป









วัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน แห่งสตอรี่ไทย (ร่าง)

           เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดี สมาชิกส่วนใหญ่และผู้ดูแลเว็บไซต์แหงสตอรี่ไทย จึงมีความเห็นร่วมกันเสนอเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งนี้ มีสาระสำคัญ ดังนี้

0. ห้ามเขียนไปในทางพาดพิงค์ในทางที่ไม่ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

1. ทุกคนมีสิทธิ เขียนสิ่งใดๆในไดอารี่ของตนได้ (เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว) แต่ไม่สมควรเขียนสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของคนอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือ ทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล นำมาสู่การฟ้องร้องเอาความกัน

2. สตอรี่ไทย ไม่สนับสนุนพฤติกรรม "เม้นมาเม้นกลับ", "คอมเม้นต์มั่ว", "แข่งกันล่าคอมเม้นต์" เพราะไม่มีประโยชน์ และเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของไดอารี่ ที่ปรารถนาจะเห็นคอมเม้นต์ ที่เป็นใจความ สาระสำคัญ มากกว่าข้อความที่ไร้สาระ

3. สตอรี่ไทยไม่ปิดกั้นความเป็นอิสระในการใช้ภาษา ที่สามารถใช้คำพูดเพื่อสื่อความรู้สึกได้ตามใจ (แต่ไม่หยาบคายจนเกินงาม) ไม่ห้ามและไม่ censor ข้อความใดๆในพื้นที่ของคุณ

4. สตอรี่ไทยสนับสนุนความหลายหลายทางวัฒนธรรม (เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศ) และอายุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่างคนต่างวัย ตั้งแต่เด็กๆ วันรุ่นวัยทำงาน จำถึงผู้สูงอายุ

5. สตอรี่ไทยสนับสนุนความสวยงามของวัจนะ ภาษาไทย และการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เนื่องจากภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่เพราะความโก้เก๋ แต่เพราะเราคือคนไทย และภูมิใจในภาษาไทย

6. สตอรี่ไทยไม่มีนโยบายกีดกัน หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กับยูเซอร์ที่มาจากต่างเว็บกัน เพราะเราเชื่อว่า ทุกๆคนมีสิทธิที่จะเลือกสังคมของตัวเอง และมีสิทธิที่จะเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยเว็บไซต์

               จึงเรียนมาเพื่อทราบ และใช้เป็นกรอบในการอยู่ร่วมกันในสังคมสตอรี่ไทยแห่งนี้
               ประกาศ ณ วันที่ ........./......./2548

Edit: 29/9/48 19:30 น.












เนื่องจากข้อความด้านบนยังเป็นเพียงร่างนะครับ ดังนั้นจึงได้เปิดโอกาสเต็มที่สำหรับการแสดงความคิดเห็น หรือขอเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงข้อความด้านบนได้นะครับ

 แล้วจะเข้ามาแก้ไข หรือ Edit เมื่อมีเวลานะคับ โดยจะระบุวันที่และเวลาที่แก้ไขไว้ด้านล่างด้วย
โดยหลังจากที่เราได้ร่าง และแก้ไขกันพอสมควรแล้ว ผมจะเริ่มทำแบนเนอร์ รวมทั้งข้อความรณรงค์ตาม หัวข้อที่มี เพื่อให้สมาชิกได้นำไปแปะ และส่วนหนึ่งก็จะโชว์ตามพื้นที่ต่างๆด้วย



ปล. แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากไดอารี่น้องคนนึงคับ http://www.storythai.com/user/319/?page=1421477

ร่วมลงชื่อต่อต้านพฤติกรรม ปั่น Comment
http://www.storythai.com/user/b3droom/?page=1424608

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ไดอะรีฮับ บทเรียนความขัดแย้ง ที่คนเดือดร้อนไม่ได้เป็นผู้ก่อ



เอาความทรงจำของพวกเรา กลับคืนมา!!!


หนึ่งในหลายประโยคที่ดังขึ้นเซ็งแซ่ ในมุมหนึ่งของโลกไซเบอร์ เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ไม่แพ้ประโยคคำถามที่ว่า เธอย้ายไปเขียนที่ไหนเหรอ? หลังจากเกิดความปั่นป่วน ขึ้นกับชุมชนไดอะรี่ออนไลน์ ไดอะรี่ฮับ (www.diaryhub.com) เมื่อนายชนกสุ กาญจนพรพงศ์ เจ้าของและ ผู้ดูแลเว็บไซต์ กับ นายศิระ สัจจินานนท์ โปรแกรมเมอร์ เกิดความขัดแย้งกันจนทำให้เว็บไซต์ต้องปิด ให้บริการลงชั่วคราว เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ต้องยอมรับกันว่าการเขียนไดอารีออนไลน์ของชาวไซเบอร์ ได้รับความนิยมจากทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยเรียน คนทำงาน ยันผู้สูงอายุที่เกษียนตนเองมาพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ แตกต่างจากการเขียนไดอารีเป็นเล่มๆ อยู่ที่บ้าน เพราะสามารถแต่งเติมเสริมลูกเล่นให้ไดอารีสวยงาม มีเทคนิคแพรวพราว ดึงดูดชวนให้อ่าน สามารถแบ่งปันให้เพื่อนในชุมชนออนไลน์ หรือคนทั่วไปได้อ่าน แม้จะมีความแตกต่างจากเว็บบล็อก (Blog) บ้างในเรื่องเนื้อหา การนำเสนอและรูปแบบการเขียน ที่บล็อกอาจดูจริงจัง และมีประเด็นสาระมากกว่าการเขียนเชิงไลฟ์สไตล์ของไดอารีออนไลน์


ด้วยเหตุนี้ จึงมีเว็บไซต์ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์ เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้เว็บไซต์รุ่นแรกๆ ที่บุกเบิกวงการจะล่มสลายลงไปตามกาลเวลา แต่ก็มีเว็บไซต์ใหม่ๆ มาทดแทนด้วยทีมงานผู้สร้างเดิมที่เคยทำ หรือคนที่เคยเขียนไดอารีลุกขึ้นมาทำเอง บางคนทำเว็บด้วยใจรัก เพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อชาวไซเบอร์ บางกลุ่มรวมตัวกันทำเว็บไซต์เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบเขียนไดอารี อาทิ Storythai.com, Diaryhub.com และ Diaryclub.com เป็นต้น โดย 1-2 ปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ที่โดดเด่นและเติบโตเร็วที่สุด คือ ไดอะรีฮับ (diaryhub) ด้วยทีมงานคนหนุ่ม-สาว ไฟแรงที่มีใจรักในการทำไดอารี



โลกไซเบอร์ก็ดำเนินตามสิ่งที่ควรจะเป็น มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปริมาณผู้เข้าเว็บไซต์ก็เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าที่จะใช้ทรัพยากรระบบที่มีจำกัดรองรับได้ หากเจ้าของเว็บไซต์มีเงินถุงเงินถัง การขยายเว็บคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนมากคนทำเว็บก็ไม่ได้มีเงินมากอย่างที่กล่าว ดังนั้น ทางออก